NISSAN X-TRAIL น่าสนใจ

สวัสดีครับวันนี้เรามานำเสนอโปรโมชั่นดีๆของรถยนต์นิสสัน NISSAN X-TRAIL ไปดูกันเลยครับ

8549685849

NEW NISSAN X-TRAIL HYBRID
โปรโมชั่นนี้มีผลตั้งแต่ วันที่ 1 – 31 กรกฎาคม 2559
เลือกรับข้อเสนอพิเศษ*
(1) อัตราดอกเบี้ยต่ำสุด 0.99% (เงินดาวน์ 25% ระยะเวลาผ่อนชำระ 24-48 เดือน)
หรือ
(2) ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี และ
(I) “Nissan Easy Pay” ผ่อนเริ่มต้นเพียง 10,599 บาท (ช่วงแรก (งวดที่ 1-48), เงินดาวน์ 30.4%, คำนวณจากรุ่น 2.0 S 2WD CVT ราคา 1,304,000 บาท)
หรือ
(II) ฟรี ค่าบำรุงรักษา 3 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)**
. . .
* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น และเฉพาะผู้แทนจำหน่ายฯ ที่ร่วมโครงการ
** เป็นค่าแรงและค่าอะไหล่ตามตารางค่าบำรุงรักษาที่บริษัทฯกำหนด (ไม่รวมอะไหล่สิ้นเปลือง อาทิ เช่น ผ้าเบรก ยางรถยนต์ ใบปัดน้ำฝน แบตเตอรี่ รวมถึง สายพานต่างๆ เป็นต้น)
. . .
หมายเหตุ
บริษัทประกันภัยที่ร่วมโครงการ Nissan Premium Protection (NPP) ได้แก่
1) บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน)
2) บริษัท ประกันคุ้มภัย จำกัด (มหาชน)
3) บริษัท โตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
4) บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน)
5) บริษัท นวกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน)
6) บริษัท มิตซุย สุมิโตโม อินชัวรันซ์ จำกัด
NEW NISSAN X-TRAIL
โปรโมชั่นนี้มีผลตั้งแต่ วันที่ 1 – 31 กรกฎาคม 2559
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี

เลือกรับข้อเสนอพิเศษ*:
(1) อัตราดอกเบี้ยต่ำสุด 0.99% (เงินดาวน์ 25% ระยะเวลาผ่อนชำระ 24-48 เดือน)
หรือ
(2) โปรแกรม “ช่วยผ่อน” เดือนละ 3,000 บาท จำนวน 12 เดือน (รวม 36,000 บาท)
. . .
* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น และเฉพาะผู้แทนจำหน่ายฯ ที่ร่วมโครงการ

** ลูกค้าต้องชำระเงินค่างวดแบบหักบัญชีธนาคาร (Direct Debit) เท่านั้น โดยบริษัทฯ จะจ่ายเงินสนับสนุนค่าช่วยผ่อน โดยลดจากค่างวดของลูกค้าเดือนละ 3,000 บาท เป็นระยะเวลา 12 เดือน รวม 36,000 บาท
ทั้งนี้ทางบริษัทฯ จะโอนเงินสนับสนุนค่าช่วยผ่อนเข้าบัญชีเดียวกันกับบัญชีที่ใช้ชำระค่างวดรถยนต์ของลูกค้าภายใน 30 วัน นับจากวันที่ลูกค้าได้ชำระค่างวดเรียบร้อยแล้ว โดยเงินสนับสนุนนี้ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสด/เช็ค
หรือโอนเข้าบัญชีเงินฝากอื่นๆได้ สำหรับการผ่อนชำระแบบปลายงวด เริ่มต้นตั้งแต่งวดที่ 1-12 กรณียกเลิกสัญญาหรือโอนสิทธิ์เช่าซื้อให้แก่บุคคลอื่นระหว่างระยะเวลาการช่วยผ่อน หรือไม่มีการผ่อนชำระ ถือว่าสิ้นสุดการช่วยผ่อนตามแคมเปญทันที

แนะนำโปรดีๆและสามารถดูโปรเพิ่มได้ที่นี่ สาระอัพเดทราคารถใหม่ทั้งในไทยและต่างประเทศเยอะมากสุดๆ

ผู้สั่งสมบุญย่อมนำมาซึ่งความสุข

78965g

“สุโข ปุญฺญสฺส อุจฺจโย” ผู้สั่งสมบุญย่อมนำมาซึ่งความสุข

บุญภายนอกเปรียบเหมือนเปลือกผลไม้ เช่น ขนุน มะม่วง ทุเรียน เป็นต้นบุญภายในเปรียบเหมือนเนื้อหนัง เราจะอาศัยบุญภายในหรือบุญภายนอกอย่างเดียวไม่ได้ จะต้องอาศัยซึ่งกันและกัน ผลไม้ถ้าไม่มีเปลือกนอกก็เป็นเนื้อเป็นหนังขึ้นมาไม่ได้ หรือมีแต่เปลือกไม่มีเนื้อในก็กินไม่ได้ ฉะนั้น บุญภายนอกต้องอาศัยบุญภายในด้วยเป็นการช่วยเหลือกันแต่คุณภาพต่างกัน บุญภายนอกเป็นเครื่องห่อหุ้มบุญภายใน

บุญภายนอก ได้แก่ วัตถุ กาย ต้องอาศัยวัตถุ อาหารเรียกว่า ปัจจัย ๔ แต่จะเป็นสุขเพราะอาหารอย่างเดียวก็ไม่ได้ ถ้าเรากินแต่อาหารแล้วไม่นุ่งผ้าหรือไม่มีที่อยู่อาศัย ต้องเปียกน้ำเปียกฝน ฯลฯ หรือเจ็บไข้ไม่มียารักษาก็เป็นทุกข์ ตัวเราคือ ธาตุ ๔ นี้จำต้องอาศัยวัตถุภายนอก คือ ปัจจัย ๔ ด้วย จึงจะประกอบบุญกุศลได้สำเร็จเต็มที่ เหตุนั้นพระพุทธเจ้าจึงทรงสอนให้บริจาคสิ่งเหล่านี้ก็จะสำเร็จประโยชน์ชาติ นี้และเบื้องหน้า

บุญภายใน ได้แก่ การดัดตัวของเราเองให้เป็นบุญกุศล ตัวเราเปรียบเหมือนต้นไม้ในป่า เช่น ต้นตะโก ถ้าเรานำมาใส่กระถางดัดแปลงกิ่งก้านให้สวยงามก็จะมีราคาสูงขึ้น คนที่ไม่ดัดกาย วาจา ใจของตัวเองก็เรียกว่า เป็นคนที่มีราคาต่ำ

เราควรดัดมือดัดแขนให้รู้จักไหว้กราบพระ ดัดเท้าให้รู้จักเดินไปวัด ดัดหูให้รู้จักฟังธรรม ฟังคำที่เป็นคุณเป็นประโยชน์ ดัดตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจของเราให้สิ่งที่ไหลเข้าไปล้วนแต่เป็นบุญเป็นกุศล จมูกก็อย่าหายใจเปล่า ให้หายใจเอา “พุทโธ” เข้าออกเหมือนกับน้ำที่ไหลเข้าไปในร่างกาย ใจของเราก็จะเย็นสบายเป็นสุข ปากก็หมั่นสวดมนต์ภาวนา อย่าด่าแช่งเสียดสีหรือพูดเท็จต่อใคร กล่าวแต่สิ่งที่เป็นธรรมและไม่ดื่มเหล้าเมายา

ให้เก็บบุญเอาตามตัวของเรา มีมือ เท้า แขน ขา ตา หู จมูก ลิ้น เหล่านี้เป็นต้น ส่วน “แก่นของบุญ” นั้นคือ “ใจ” ต้องทำใจของเราให้สงบระงับจาก โลภะ โทสะ โมหะ ทางอายตนะนั้นเปรียบด้วยเปลือกหรือกระพี้ก็ทำประโยชน์ ได้เหมือนกัน ถ้าเรารู้จักสะสมความดีก็เป็นประโยชน์แก่ตัว คนมั่งมีคือ คนที่บริจาคเสมอ ส่วนคนจนก็คือ คนที่ไม่บริจาคให้ทานอะไร พระพุทธเจ้าจึงทรงสรรเสริญคนมั่งมีว่า มีดวงใจเป็นแก้วประดับ คือรัตนะ ๓ ได้แก่ พุทฺธรตฺนํ ธมฺมรตฺนํ สงฺฆรตฺนํ นี้เป็นใจที่มีศรัทธา

โรค ทางกายไม่สำคัญเท่าไร เพราะเมื่อเราตายแล้วถึงจะรักษาหรือไม่รักษามันก็หาย ส่วนโรคทางใจนั้น เราตายแล้วมันก็ยังไม่หาย ทำให้ต้องเวียนตายเวียนเกิดอีกหลายชาติหลายภพ

ร่างกายเปรียบด้วย บ้าน ใจเปรียบด้วยคนที่อาศัย ทรัพย์สมบัติเงินทองบ้านช่องไร่นาและลูกหลานเหล่านี้เราต้องทิ้งไปทั้งนั้น จึงควรรีบสะสมบุญกุศลไว้และบริจาคสิ่งที่เป็นทาน อันเป็นสิ่งที่เราจะนำไปด้วยได้นั้นเสียแต่ในขณะที่เรายังมีชีวิตอยู่นี้เถิด

ธรรมโอวาท ของ พระอาจารย์ลี ธมฺมธโร
วัดอโศการาม อ.เมือง จ.สมุทรปราการ
(แสดง ณ วัดเขาแก้ว จ.จันทบุรี เมื่อวันที่ ๑๓ เมษายน ๒๔๙๖)

โลกทรัพย์ อริยทรัพย์ ปุถุชน อริยชน

บุคคลใดก็ตามแม้จะรวยล้นฟ้าเป็นมหาเศรษฐีมีกินมีใช้ไม่หมดก็ตามแต่ หากไม่รู้จักทำบุญ ไม่หมั่นสร้างกุศล ไม่สวดมนต์เจริญภาวนาให้เกิดขึ้นแล้ว บุคคลผู้นั้นย่อมได้ชื่อว่าเป็นชนผู้มักมากด้วยโลกทรัพย์ ปุถุชนเป็นที่ตั้ง

ตรงกันข้ามหากแม้บุคคลใดที่ไม่ยึดตึดในโลกทรัพย์ มีก็อยู่ได้ ไม่มีก็อยู่ได้ อยู่ได้ด้วยศีล ทาน บารมี หมั่นเจริญภาวนาแล้วไซร้ บุคคลผู้นั้นย่อมได้ชื่อว่าเป็นชนผู้สร้างมาก สร้างอริยทรัพย์ให้บังเกิด ย่อมยังอริยชนเป็นที่ตั้ง

cfgdf476

ทุกข์เท่านั้นที่เกิดขึ้น ทุกข์เท่านั้นที่ตั้งอยู่ ทุกข์เท่านั้นที่ดับไป

7894658684565555

คิดอย่างไรเรียกว่าคิดถูก คิดอย่างไรเรียกว่าคิดผิด เราต้องเข้าใจชัดเจนทั้งสองอย่าง ในการปฝฏิบัติของเรา เราต้องพยายามติดตามดูความรู้สึกนึกคิดตลอดวันตลอดคืน ความจริงเราไม่ต้องทำอะไรมากเพียงแต่คอยสำรวมระวัง คอยสังเกตว่า เรามีความรู้สึกอย่างไร คิดอย่างไรให้มีสติ สัมปชัญญะ ระลึกรู้อยู่ รู้สึกตัวอยู่เสมอ อันนี้ให้ถือเป็นหน้าที่ของเรา เราไม่ต้องอ่านหนังสือ หรือฟังเทศน์อะไรมากมาย เพียงแต่ พยายามเปลี่ยนนิสัย ให้เป็นคนช่างสังเกต คือสังเกตความรู้สึกนึกคิดของตัวเอง สักเกตว่า เรากำลังทำอะไรอยู่ กำลังพูดอะไรอยู่ กำลังคิดอะไร การปฏิบัติเช่นนี้ การพยายามติดตามสังเกตเช่นนี้ จะทำให้เกิดปัญญา

1.ทุกข์เพราะลูกตาย ลูกที่แสนดี แสนน่ารัก ใครเห็นใครก็รัก ใครเห็นใครก็เมตตา วันหนึ่ง เกิดอุบัติเหตุ ลูกรัก….จากไป พ่อแม่ทุกข์แทบใจ แทบจะตายตามลูกไปด้วย แทบจะเสียสติ หมดอาลัยในชีวิต..คิดจะขับรถเร่ร่อนไปเรื่อย ๆ

ถ้าพูดถึงความจริงเราก็ไม่รู้ว่า ผู้ตายจะไปเกิดที่ไหน เป้นสุคติ หรือทุคติ แต่เท่าที่ฟังจากคุณโยม ลูกของคุณโยมเป็นเด็กดีจริง ๆ ตั้งแต่เกิดมาชาตินี้ไม่เคยทำชั่วเลย พ่อแม่พี่น้อง เพื่อนฝูงที่ใกล้ชิด เขาทำให้ชื่นอกชื่นใจทุกคนและใคร ๆ ก็รักเขา เขาเป็นคนที่รักสัตว์ เมตตาสัตว์ ไม่เคยเบียดเบียนสัตว์

ถ้าคุณโยมเชื่อมั่นในความดีของลูกอย่างนั้นก็ไม่ต้องเศร้าโศกเสียใจ ไม่ต้องห่วง ไม่ต้องสงสารลูก ถึงเวลาแล้ว เขาก็ต้องจากเราไป ตามเหตุ ตามปัจจัย มันก็พอดีพอเหมาะของมัน อันนี้เราก็ต้องยอมรับความจริง ยอมรับความพอดีของมัน ทุกอย่างก็ดำเนินไปตามเหตุปัจจัยที่สมบูรณืเสมอ ถ้าเราเชื่อมั่นในความดีของลูกอย่างนั้นแล้ว เราก็ไม่ต้องเสียใจและห่วงสงสารลูกหรอก
เขาคงไปดีแล้วนะ

อย่าคิดว่าเขาเป็นลูกของเราจริง ๆ อย่าคิดว่าลูกเกิดขึ้นมาในโลกนี้เพราะพ่อแม่ช่วยกันผลอตขึ้นมา ความจริงจิตวิญญาณของลูก ก่อนเกิดมาเป็นลูกของเรา เขาท่องเที่ยวไปในวัฎสงสารเป็นหลายภพหลายชาติ ด้วยการสร้างทั้งกรรมดีและกรรมชั่ว โดยมากเราเรียกกรรมดีเป็นบารมี กรรมชั่วว่าเป็นกรรมผูกพันในอดีตชาติเป็นเหตุ จิตวิญญาณของเขาจึงมาอาศัยเราเกิดมาเป็นลูกเป็นการชั่วคราวเท่านั้น อันนี้แหละคือ ความหมายที่พูดว่า ” เขาไม่ใช่ลูกของเราจริง ๆ ” เขาเป็นตัวของเขา มันมีอยู่ตั้งแต่อเนกชาติ ความตายไม่ใช่อะไร คล้ายกับเราส่งลูกไปศึกษาต่อต่างประเทศ เพื่อความก้าวหน้าของลูก เพื่อเป็นการสร้างบารมีของลูก

รักลูก หวงลูก เอาไว้ใกล้ ๆ ตัวตลอดเวลา รักลูก ผูกลูก เอาไว้ที่บ้าน…..เป็นการกีดกันไม่ให้เขาก้าวหน้าไม่ดีกับลูกนะ

โบราณาจารย์สอนว่า ถ้ารักลูกต้องส่งลูกไปศึกษาในสำนักต่าง ๆ ที่อยู่ไกล ๆ ต้องให้ลูกไปทัศนศึกษาในที่ไกล ๆ เหมือนกับลูกของเราเก่ง จึงจำเป็นต้องจากเราไปเพื่อศึกษาต่อ เพื่อความก้าวหน้า เพื่อสร้างบารมีเพิ่มเติม

เรื่องความตาย ความเกิด คล้ายกับการนั่งเครื่องบินไปต่างประเทศ ผู้ส่งเสียอกเสียใจร้องไห้กันด้วยความอาลัยอาวรณ์ อย่างพวกเรานี้แหละ แต่ผู้ไปอาจจะไม่เป็นอะไรเลย ตรงกันข้าม เขาอาจจะตื่นเต้นกับโลกใหม่อย่างน้อยผู้รับก็ยินดีต้องรับ ดีอกดีใจกันดังที่ลูกสุดที่รักของเราไปเกิดนั้นแหละ

ถ้าเราเชื่อมั่นในความดีของลูก ในบารมีของลูกไม่ต้องเสียใจ ไม่ต้องห่วง ไม่ต้องสงสารลูก แทนที่จะเสียใจ เราน่าจะภูมิใจด้วยซ้ำ ความจริง อะไร ๆ เขาก็ต้องรับผิดชอบเอง ทุกอย่างก็ดำเนินไปตามเหตุปัจจัยที่สมบูรณ์เสมอ ส่วนเราก็ต้องรับผิดชอบด้วย ถ้าเรารักลูกจริง….ต้องทำใจให้สงบสุข คิดดู …ลูกจะอยู่ที่ไหนก็ตาม เมื่อเขารู้ว่าพ่อแม่ของตนมีความทุกข์มาก เขาจะรู้สึกอย่างไร

ความทุกข์ของพ่อแม่คือความทุกข์ของลูก ถ้าเรามีความสุขสบาย เขาก็สบายใจ ไม่ต้องห่วง เพราะฉะนั้น หน้าที่ของเราก็คือ ทำความสงบสุขให้เกิดขึ้นแก่ตน ถ้าเรารักลูกจริงนะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก การเทศนาอบรมญาติโยมของพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก

10 อันดับ Bigbike บิ๊กไบค์ ราคาแพง

สวัสดีครับ วันนี้เรามาดูรถ Bigbike ที่มีราคาแพงแบบโครตๆกันดีกว่า เราจัดมาให้ชมกันแล้วนะ

Ecosse-ES1-Superbike-789
อันดับที่ 1 Ecosse ES1 Superbike ราคา 117,150,000 บาท
รถ Ecosse ES1 Superbike คันนี้ได้ถูกออกแบบโดยวัศวกร F1 ของอังกฤษ ซึ่งได้พัฒนามอเตอร์ไซค์โดยใช้เทคโนโลยีในรูปแบบที่ไกล้เคียง ซึ่งมันได้สร้างความโด่ดเด่น ทั้งดีไซน์และความเร็วทำให้มันราคาแพงสุดๆ

อันดับที่ 2 Harley Davidson Cosmic Starship ราคา 33,000,000 บาท

อันดับที่ 3 Dodge Tomahawk V10 Superbike ราคา 18,315,000 บาท

อันดับที่ 4 Yamaha Roadstar BMS Chopper ราคา 16,500,000 บาท

อันดับที่ 5 Ecosse Titanium Series FE Ti XX ราคา 9,900,000 บาท

อันดับที่ 6 Ducati Desmosedici D16RR NCR M16 ราคา 7,560,000 บาท

อันดับที่ 7 Ducati Testa Stretta NCR Macchia Nera Concept ราคา 7,450,000 บาท

อันดับที่ 8 Suzuki AEM Carbon Fiber Hayabusa ราคา 6,500,000 บาท

อันดับที่ 9 MTT Turbine StreetFighter ราคา 5,700,000 บาท

อันดับที่ 10 Icon Sheene ราคา 5,600,000 บาท

แนะนำโดย http://www.automotor789.com/search/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%84%E0%B8%8B%E0%B8%84%E0%B9%8C/

10 อันดับรถยนต์ขายดีในญิปุ่นประจำเดือนเมษายน

dd796

เป็นข้อมูลของทางสมาคมผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ญิปุ่น (Japan Automobile Dealers Association) ได้เผย 10 อันดับรถยนต์ที่ขายดีที่สุดในแดนปลาดิบประจำปี 2016 ซึ่งอันดับ 1 คือโตโยต้า พรีอุส โดยมียอดขายดี 5 เดือนซ้อน
10 อันดับรถยนต์ขายดีในญิปุ่นเดือนเมษายน

1.Toyota Prius – 20,770 คัน
2.Toyota Aqua – 13,099 คัน
3.Honda N-Box – 11,691 คัน
4.Daihatsu Tanto – 10,996 คัน
5.Toyota Sienta – 9,639 คัน
6.Suzuki Alto – 8,076 คัน
7.Honda Fit – 7,116 คัน
8.Suzuki Spacia – 6,838 คัน
9.Suzuki Hustler – 6,681 คัน
10.Toyota Corolla – 6,336 คัน

จากตัวเลขดังกล่าวจะเห็นได้ว่า Toyota Aqua ยอดขาย13,099 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา 15.8% ขณะที่อันดับ 3 เป็นรถ Kei Car ขนาดเล็ก Honda N-Box ยอดขาย 11,691 คัน เพิ่มขึ้น 14.4 %

Triton พร้อมใช้แพล็ตฟอร์ม Nissan Navara

Mitsubishi-triton-7891126566

Carlos Ghosn ผู้บริหารระดับสูงของนิสสันได้ระบุว่า มีความเป็นไปได้อย่างสูงที่จะพัฒนารถกระบะทั้งสองรุ่นขึ้นบนแพล็ตฟอร์มเดียวกัน แต่จะมีการพัฒนาให้มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนเนื่องจากรถ 2 รุ่นมีกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกันไป โดยภาพรวมแบรนด์รถกระบะทั้ง 2 ค่าย ได้รับความไว้วางใจอย่างยาวนานสำหรับผู้ใช้งานทั่วโลกซึ่งการพัฒนาดังกล่าวเป็นการลดต้นทุนการผลิตหลังมิตซูบิชิประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนัก จากกรณีโกงค่าอัตราสิ้นเปลือง แต่เมื่อนิสสันเข้าไปควบคุมโดยการนำเอาจุดแข่งของมิตซูบิชินั่นคือเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีขับเคลื่อนสี่ล้อ จะทำให้รถยนต์ของนิสสันมีศักยภาพมากยิ่งขึ้น คาดว่ากระบะ 2 ค่ายจะใช้แพล็ตฟอร์มเดียวกันคงจะออกมาจำหน่ายในปี 2020 เพราะ Triton และ Navara NP300 พึ่งเปิดตัวไม่นาน

Toyota Corolla Altis Minorchange ตุรกี

Toyota-Corolla-Altis-Minorchange-789

Toyota Corolla Altis Minorchange ได้รับการออกแบบต่อเติมจาก Toyota Corolla Altis รุ่นปัจจุบันซึ่งได้เพิ่มความสปอร์ตมากขึ้นกว่าเดิม โดยภาพรวมแล้วการออกแบบจะคล้ายๆ Toyota Auris Minorchange เลยทีเดียว ด้านหน้าปรับให้เพรียวบางขึ้น กระจังหน้าเล็กลง ชุดไฟหน้าใหม่เป็นไฟ Projector Lens พร้อมแถบไฟด้านล่าง คาดเป็น LED Daytime Running Lights แบบ Tube รูปทรงตัว L ที่มุมซ้าย-ขวา ล้ออัลลอยลายใหม่ บริเวณด้านท้ายเปลี่ยนแปลงไม่มากเท่าไหร่ชุดไฟท้ายเดิม แต่เปลี่ยนส่วนในตัวโคมใหม่ ให้ชิดด้านบนสุด คาดกลางด้วยเส้นโครเมี่ยมต่อเนื่องมาจากคิ้วฝากระโปรงท้าย เพื่อลดทอนขนาดให้เล็กลง จุดเด่นที่น่าสนใจของ Corolla Altis Minorchange นั่นคือระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ Toyota Safety Sense โดยจะมี ระบบช่วยเบรกฉุกเฉิน (Pre-Collision System : PCS), ระบบเตือนการเปลี่ยน (Lane Departure Alert : LDA) และระบบเปิด-ปิด ไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High Beam)

Toyota Fortuner TRD Sportivo 2016

Toyota Fortuner TRD Sportivo 2016

trd-sprot789444559

เครื่องยนต์ รหัส 1GD-FTV ดีเซล 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ขนาด 2.8 ลิตร 2,756 ซีซี. พร้อม Turbo แปรผันครีบ VN-Turbo และ อินเตอร์คูลเลอร์ ให้กำลังสูงสุด 177 แรงม้า ที่ 3,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร ที่ 1,600 – 2,400 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Sigma4 *เฉพาะรุ่น 4WD ( H2-H4-L4 )

ขับเคลื่อน 2 ล้อ
รุ่น 2.8 TRD 2WD (Black) 1,679,000 บาท
รุ่น 2.8 TRD 2WD (White Pearl) 1,691,000 บาท
รุ่น 2.8 TRD 2WD (White Pearl+Black Top) 1,699,000 บาท

ขับเคลื่อน 4 ล้อ
รุ่น 2.8 TRD 4WD (Black) 1,749,000 บาท
รุ่น 2.8 TRD 4WD (White Pearl) 1,761,000 บาท
รุ่น 2.8 TRD 4WD (White Pearl+Black Top) 1,769,000 บาท

* Black = สีตัวถังภายนอกสีดำ Attitude Black Mica
* White Pearl = สีตัวถังภายนอกสีขาว White Pearl
* White Pearl + Black Top = สีตัวถังภายนอกสีขาว White Pearl
พร้อม wrap สติ๊กเกอร์หลังคาสีดำ Matt Black

อุปกรณ์มาตรฐาน
กระจังหน้า สี Dark Chrome
คิ้วขอบป้ายทะเบียนหลัง สี Dark Chrome
เบาะนั่ง สีดำสลับแดง พร้อมเดินด้ายสีแดง
แผงคอนโซลหน้า หนังสังเคราะห์สีดำสลับแดง และแถบสี Dark Silver
ช่องปรับอากาศด้านหน้า แถบสี Dark Silver และโครเมียม
ขอบประตูด้านหลัง พร้อมสัญลักษณ์ TRD
มาตรวัดเรืองแสง Optitron สีแดง ลาย Carbon Kevlar เฉพาะรุ่น TRD Sportivo
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control)
กุญแจรีโมท Smart Key เฉพาะรุ่น TRD Sportivo
ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ Push Start สีแดง พร้อมสัญลักษณ์ TRD
ชุดเครื่องเสียง Premium Audio พาวเวอร์แอมป์ และลำโพง JBL ลำโพง 9 ตำแหน่ง 11 ลำโพง (รวม Sub-Woofer)
** ชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ
กันชนหน้า / กันชนหลัง / พรมรองพื้นห้องโดยสาร เฉพาะรุ่น TRD Sportivo
ไฟส่องสว่างที่ประตูท้าย / สคัฟเพลท พร้อมไฟเรืองแสง / ปลายท่อไอเสีย พร้อมสัญลักษณ์ TRD
ป้ายสัญลักษณ์รุ่นพิเศษ TRD Sportivo

ระบบความปลอดภัย

– ระบบป้องกันล้อล็อก ABS และระบบกระจายแรงเบรก EBD ระบบเสริมแรงเบรก BA ระบบควบคุมการทรงตัว VSC ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีแบบแอคทีฟ A-TRC ระบบควบคุมการส่ายของส่วนพ่วงท้าย TSC ระบบ Engine Start/Stop ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางชัน DAC
– ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบซิกมาโฟร์ Sigma 4 กล้องมองหลัง
– ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง โครงสร้างตัวถังนิรภัย GOA

แนะนำข้อมูลโดย ข่าวสารวงการรถยนต์มอเตอร์ไซค์

หลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ

11011092_957650567619350_2743123211350624205_n

“หลวงพ่อแดง” แห่งวัดเขาบันไดอิฐ ท่านเป็นพระเกจิที่มีญาณสมาธิแก่กล้า มีจิตตานุภาพสูงพอที่จะเพ่งเครื่องรางให้ขลังได้ ผ้ายันต์และเหรียญลงยันต์ของหลวงพ่อแดงจึงมีผู้นิยมเ สาะหาไปบูชากันมาก แม้ท่านจะมรณภาพไปตั้งแต่ 16 มกราคม พ.ศ. 2517 แต่ความนิยมเลื่อมใสศรัทธา ความเชื่อมั่นในกฤตยาคม อภินิหาร และอาคมขลังในวัตถุมงคลของท่านก็ยังไม่เสื่อมคลาย หลวงพ่อรูปนี้ท่านมีอะไรดี ทำไมใครๆ ทั่วสารทิศจึงพากันมาวัดเขาบันไดอิฐกันไม่ขาดสาย…

“หลวงพ่อแดง” หรือ “พระครูญาณวิลาศ” เกิดที่ ต.บางจาก อ.เมือง จ.เพชรบุรี บิดาชื่อนายแป้น มารดาชื่อนางนุ่ม นามสกุล อ้นแสง เกิดเมื่อวันพุธ ขึ้น 2 ค่ำ เดือน 11 พ.ศ. 2422 ในวัยเด็กท่านก็ช่วยพ่อแม่ทำไร่ ทำนา ไม่มีโอกาสร่ำเรียนหนังสืออย่างเด็กสมัยนี้จนกระทั่ง อายุ 20 ปี พ่อแม่ก็หวังจะให้บวชเรียน จึงพาไปฝากกับท่านอาจารย์เปลี่ยน วัดเขาบันไดอิฐ เพื่อจะได้เล่าเรียนและบวชเป็นพระภิกษุต่อไป

พระภิกษุแดงเมื่อได้บวชก็ประพฤติเคร่งครัดต่อพระวินั ยและปฏิบัติต่อพระอาจารย์เปลี่ยนเป็นอย่างดี อาจารย์เปลี่ยนจึงรักใคร่มากกว่าศิษย์คนอื่นๆ และยังไดสอนวิชาการวิปัสสนา และวิธีนั่งปลงกัมมัฏฐานให้ รวมถึงถ่ายทอดวิชากฤตยาคมให้อย่างไม่ปิดบังหวงแหน เหตุนี้จึงทำให้พระภิกษุแดงเพลิดเพลินในการศึกษาวิชา ความรู้ จนลืมสึก ยิ่งนานวันก็ยิ่งสำนึก ในรสพระธรรม ก็เลยไม่คิดสึกเลย จึงกลายเป็นพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบที่มีอาวุโสสูงสุด

จนกระทั่งพระอาจารย์เปลี่ยนมรณภาพลง พระภิกษุแดงรับหน้าที่เป็นสมภารวัดเขาบันไดอิฐแทน กลายเป็น “หลวงพ่อแดง” ตั้งแต่ พ.ศ. 2461 เป็นต้นมา และแม้ท่านจะได้เป็นสมภารซึ่งต้องมีภารกิจมาก แต่ท่านก็ยังปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิในถ้ำเพื่อแสวงหาวิมุตติภาวนาทุกวัน ญาณสมาธิจึงแก่กล้า จิตนิ่ง บริสุทธิ์ จนว่ากันว่าท่านมีหูทิพย์ ตาทิพย์

หลวงพ่อแดงไม่เคยอวดอ้างในญาณสมาธิของท่าน แต่ผลของความศักดิ์สิทธิ์ในเลขยันต์เป่ามนต์ของท่านก ็ได้สำแดงออกมาให้ประจักษ์ว่าคุ้มครองป้องกันภัยได้แ น่ๆ โดยมีเรื่องเล่ากันมาว่า

ในระหว่าง พ.ศ. 2477 ถึง พ.ศ. 2480 เวลานั้นเกิดโรคระบาดสัตว์ วัวควายเป็น โรครินเดรอ์เปรส ซึ่งเป็นโรคปากเท้าเปื่อยที่ติดต่อร้ายแรง พากันล้มตายเป็นเบือ สัตว์แพทย์ก็ไม่มี ต้องขอให้ทางการมาช่วยฉีดยา ราษฎรจึงพากันไปหาหลวงพ่อให้ช่วยปัดเป่าป้องกันโรคระ บาดสัตว์ให้ด้วย

หลวงพ่อแดง จึงปลุกเสกลงเลขยันต์ในผืนผ้ารูปสี่เหลี่ยมเล็กๆ แจกให้ชาวบ้านที่เลี้ยงวัวควายนำไปผูกปลายไม้ปักไว้ท ี่คอกสัตว์ของตน ปรากฏผลว่า คอกสัตว์ที่ปักผ้าประเจียดยันต์หลวงพ่อแดงไม่ตายเลย ทุกบ้านในตำบลใกล้เคียงวัดเขาบันไดอิฐ เมื่อรู้กิตติศัพท์จึงพากันมาขอยันต์หลวงพ่อแดงทุกวั นมิได้ขาด

กระทั่งเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 คือมหาสงครามเอเชียบูรพา มีทหารญี่ปุ่นมาขึ้นที่ประจวบคีรีขันธ์ ก็เกิดการต่อสู้กับทหารอากาศของไทยที่นั่น ชาวเพชรบุรีก็ตระหนกตกใจ แล้วชักชวนกันหาหลวงพ่อแดง ท่านก็ลงผ้าประเจียดยันต์แจก ให้คุ้มครองป้องกันตัว

เมืองเพชรบุรี เมื่อ พ.ศ. 2487 เกิดภัยสงครามชนิดร้ายแรง มีระเบิดลงทุกวันทำลายสถานีรถไฟ สะพานข้ามแม่น้ำ บ้านเรือน โรงเรียนต้องสั่งปิด ข้าราชการไม่ได้ไปทำงาน ทุกหน่วยราชการปิดหมด และปรากฏเรื่องเป็นที่ฮือฮาว่า บ้านคนที่มีผ้ายันต์หรือห้อยเหรียญหลวงพ่อแดง กลับไม่ได้รับอันตรายใดๆ เลย หลวงพ่อแดงจึงดังใหญ่ จนสิ้นสงครามโลกครั้งที่ 2 กิตติคุณของหลวงพ่อในทางกฤตยาคมจึงปรากฏความศักดิ์สิ ทธิ์แพร่หลายยิ่งขึ้น

ความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อแดง ปรากฏอีกครั้ง เมื่อเกิดคอมมิวนิสต์ญวนเหนือบุกญวนใต้ ประเทศไทยต้องส่งกองพันเสือดำ ออกไปช่วยพันธมิตรรบในญวนใต้ ก็ปรากฏว่าทหารไทยที่ไปปฏิบัติหน้าที่รบในเวียดนาม คนที่มีเหรียญหลวงพ่อแดงห้อยคออยู่ ไม่ถูกอาวุธเป็นอันตรายแก่ชีวิตสักคน ทั้งๆ ที่เข้าประจัญบานอย่างหนัก เป็นที่สงสัยของเพื่อนทหารต่างชาติว่าทหารไทยมีของดี อะไร ได้รับคำตอบจากทหารไทยว่ามี “เหรียญหลวงพ่อแดง”

ท่านเป็นพระใจดีมีเมตตาสูง และอารมณ์ดีเสมอ ไม่ชอบดุด่า ว่าใคร โดยเฉพาะคำหยาบคายถึงพ่อแม่ ท่านห้ามขาด ท่านว่าทุกคนเขาก็มีพ่อมีแม่ การด่าถึงบุพการีทำให้ความดีงามเสื่อมถอย ถึงห้อยพระพระท่านก็ไม่คุ้มครอง

หลวงพ่อแดง มรณภาพด้วยโรคชรา เมื่ออายุ 96 ปี พรรษาที่ 74 ก่อนตายท่านเคยพูดกับพระปลัดบุญส่ง ธมัมปาโล รองเจ้าอาวาสวัดขณะนั้นว่า

“เมื่อฉันหมดลมหายใจแล้วอย่าเผา ให้เก็บร่างฉันไว้ที่หอสวดมนต์ และให้เอาเหรียญที่ปลุกเสกรุ่น 1 ใส่ปากไว้พร้อมเงินพดด้วง 1 ก้อน ส่วนนี้ฉันเอาไปได้และให้เอาขมิ้นมาทาตัวฉันให้เหลืองเหมือนทองคำ”

พระบุญส่งจึงรับปาก และได้ทำตามที่หลวงพ่อประสงค์ทุกอย่างและหลังจากที่หลวงพ่อแดงมรณภาพแล้วก็ได้เกิดเหตุอัศจ รรย์ที่เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า อภินิหารของหลวงพ่อแดงมีจริง กับผู้หลักผู้ใหญ่ของเมืองเพชรบุรีท่านหนึ่ง ซึ่งจู่ๆ ท่านก็มีนิมิตฝันเห็นบ่อน้ำโบราณที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ต้ นก้ามปูใหญ่ พอขุดก็พบบ่อน้ำนั้นจริงๆ บ่อน้ำแห่งนี้หลวงพ่อแดงเคยพูดไว้สมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ว่าเป็น “บ่อน้ำวิเศษ” และขณะที่ขุดยังพบ “หัวพญานาคสีขาว” แบบปูนปั้นอยู่ที่ก้นบ่อด้วย 1 หัว เมื่อชาวบ้านรู้ข่าวก็พากันแห่มาเพื่อจะตักน้ำเอาไปใช้กันแต่ปรากฏว่าพบงูใหญ่ตัวหนึ่งนอนขดอยู่ใต้สังกะสีที่เอาไว้ปิดปากบ่อ ชาวบ้านที่เห็นบอกว่า ลักษณะงูที่เห็นนั้นมีหงอนที่หัวด้วย ตั้งแต่นั้นมาก็ไม่มีชาวบ้านกล้าเข้าไปตักน้ำที่บ่อนี้ี้อีกเลย

ที่น่าแปลกอีกก็คือ นายตำรวจท่านหนึ่งซึ่งเคยมาช่วยงานในวัดก็ฝันเห็นหลว งพ่อแดง ท่านมาต่อว่า “ทำอะไรทำไมไม่บอก”

นายตำรวจก็ไปเล่าให้พระปลัดบุญส่งเจ้าอาวาสรูปปัจจุบ ันฟัง ท่านก็ไม่เชื่อแล้วยังสั่งให้ย้ายศาลเก่า 2 ศาล บริเวณเชิงเขาบันไดอิฐเพื่อปรับปรุงบริเวณ โดยไม่ยอมทำพิธีเซ่นไหว้เจ้าที่เจ้าทาง เพราะท่านเป็นคนไม่เชื่อไสยศาสตร์ ปรากฏว่าพอตกเย็นก็เกิดอาการผิดปกติ อยู่ๆ คอก็เริ่มบิดและตัวแข็งไปทั้งตัว ขยับไม่ได้ ชาวบ้านมาเยี่ยมเห็นว่าอาการหนักมากจึงช่วยกันพาส่งโ รงพยาบาลเปาโล แต่พอถึงโรงพยาบาล อาการที่เป็นกลับหายราวปลิดทิ้ง และเมื่อเอ็กซเรย์พร้อมตรวจอย่างละเอียดก็ไม่พบว่าเป ็นอะไรเลย และระหว่างที่นอนพักรักษาตัวอยู่ ท่านก็พูดออกมาคนเดียวโดยไม่รู้ตัวว่า

“ของดีมีอยู่ ผ่านไปผ่านมาไม่ใช้ต้นก้ามปูตรงนั้นเป็นบ่อน้ำ ให้ขุดลงไปแล้วจะเจอ มีของดีทำไมไม่รักษา”

ในภายหลังที่ออกจากโรงพยาบาลแล้วพระปลัดบุญส่งก็ได้ฝ ันอีกครั้ง ในความฝันท่านเห็นคนนุ่งผ้าถกเขมรมาหา มาบอกว่าเขาเป็นคนมัดหลวงพ่อเอง พูดแล้วเขาก็เอามือรีดที่ตัวหลวงพ่อเหมือนรีดเอาไขมั นออก ทั้งขาและแขน จนหลวงพ่อพระปลัดบุญส่งสะดุ้งตื่นและพอตื่นขึ้นมาก็ย ังเห็นผู้ชายคนนั้นอยู่ในห้องพอถามชื่อ เขาก็ถอยออกไปแล้วตอบกลับมาว่า “เขาเป็นเปรต” จากนั้นก็หายวับกลายเป็นแสงไฟ พร้อมเสียง “วี๊ด” ดังมาก ซึ่งพระในวัดก็ได้ยินกันทั่ว

เรื่องนี้ได้ทำให้ “พระปลัดบุญส่ง” เจ้าอาวาสวัดเขาบันไดอิฐรูปปัจจุบัน ยังยอมรับว่าไสยศาสตร์และอภินิหารของหลวงพ่อแดงนั้นมีจริงเพราะเจอแล้วด้วยตัวท่านเอง