Mitsubishi eK Space Style Edition

ล่าสุดทางค่าย “มิตซูบิชิ” ประกาศพร้อมวางจำหน่าย มินิคาร์สุดเก๋ตามแบบฉบับของค่ายโดยมาในชื่อ Mitsubishi eK Space Style Edition รุ่นพิเศษโดยมีราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 4.4 แสนบาท

Mitsubishi-eK-Space-Style-Edition1

Mitsubishi eK Space Style เวอร์ชั่นพิเศษมี 2 รุ่นย่อยให้เลือกได้แก่ ‘G Style Edition’ (ใช้พื้นฐานจากรุ่น G ปกติ) และ ‘Custom T Style Edition’ (ใช้พื้นฐานจากรุ่น Custom T) พร้อมระบบความปลอดภัยแบบแอคทิฟ ‘e-Assist’ และกระจกตัดแสดง UV รอบคันเสริมความอุ่นใจทุกการเดินทาง
รุ่น eK Space รุ่น G Style Edition มาพร้อมภายนอก 5 สีให้เลือกได้รวมถึง สีทูโทน Water Blue Metallic/White Pearl ใหม่ พร้อมติดตั้งล้ออัลลอยขนาด 14 นิ้ว ลายใหม่รวมถึงประตูสไลด์ที่สามารถเปิดได้ทั้ง 2 ข้าง

ในรุ่น Custom T Style Edition จะมีตัวถังให้เลือก 5 สีเช่นกัน พร้อม 2 สีใหม่ได้แก่ ฟ้า Lightning Blue Mica และสีดำ Black Mica ห้องโดยสารภายในและพวงมาลัยจะหุ้มด้วยหนังแท้ พร้อมฟังก์ชั่นกล้องรอบคัน

Mitsubishi eK Space Style Edition มีจำหน่ายที่ญิปุ่นโดยเคาะราคาจำหน่ายที่ 441,000 บาท จนถึง 559,000 บาท

ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.automotor789.com

หลวงปู่เรือง อาภัสสโร สำนักปฏิบัติธรรมเขาสามยอด จ.ลพบุรี

4456987
เจ้าสำนักปฏิบัติธรรมเขาสามยอด จ.ลพบุรี นับได้ว่าเป็นปูชนียสงฆ์สำคัญแห่งพระบวรพุทธศาสนาในยุคปัจจุบัน เป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ โดยเฉพาะชาวเมืองลพบุรีและจังหวัดใกล้เคียง

ท่านเป็นพระเกจิที่รักสันโดษ มุ่งมั่นปฏิบัติกิจสงฆ์ตามครรลองแห่งพุทธธรรม เจริญวิปัสสนากรรมฐาน และสั่งสอนธรรมะแก่พุทธศาสนิกชนที่แวะเวียนมากราบ สักการะด้วยความเคารพเลื่อมใสไม่ขาดสาย

แม้เส้นทางการเดินทางจะไม่สะดวกสบายเฉกเช่นศาสนสถานทั่วๆ ไป เนื่องจากต้องเดินทางขึ้นไปบนเขาสามยอดสู่ “ปูชนียธรรมสถาน เขาสามยอด” ก็ตาม หลวงปู่เรือง ไม่ใช่ชาวเมืองลพบุรี ภูมิลำเนาเดิมของท่านเป็นชาว ต.บ้านสร้าง อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี เกิดเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2457 สมัยเด็กศึกษาเล่าเรียนอักขระภาษาไทยและขอมที่โรงเรียนขุนโคกปีบปรีชา อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี จนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ซึ่งนับว่ามีน้อยคนนักในสมัยนั้น จากนั้นออกมาช่วยบิดามารดาประกอบอาชีพ

จนอายุครบบวชในปี พ.ศ.2477 ท่านได้อุปสมบทที่วัดสระข่อย ต.โคกปีบ อ.ศรีมหาโพธิ โดยมี พระครูวิมลโพธิเขต (หลวงพ่อจำปา) เจ้าอาวาสวัดโคกปีบและเจ้าคณะตำบลโคกปีบ เป็นพระอุปัชฌาย์, พระครูทัด วัดโคกมอญ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์ฉัตร วัดท่าประทุม เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายา “อาภัสสโร”

ตั้งใจศึกษาพระธรรมวินัยและวิทยาการต่างๆ แค่เพียงพรรษาแรกท่านก็สามารถ สอบนักธรรมตรีได้ พรรษาที่ 2 สอบได้นักธรรมโท และพรรษาที่ 3 ก็สามารถสอบได้นักธรรมเอก

จากนั้น พระอาจารย์ฉัตรขอให้ไปช่วยสอนธรรมะที่วัดต้นโพธิ์อยู่ระยะหนึ่ง หลวงปู่เรืองนอกจากจะไปสอนธรรมะแล้ว ท่านยังใช้เวลาศึกษาวิทยาการเพิ่มเติมทั้งด้านวิชาบาลีมูลกัจจายน์ โหราศาสตร์ สมุนไพรต่างๆ รวมถึงด้านวิทยาอาคมต่างๆ จนแตกฉานด้วย

เมื่อจำพรรษาอยู่ที่วัดสระข่อยได้ครบ 10 พรรษา จึงกราบลาพระอุปัชฌาย์เพื่อออกธุดงค์ไปตามสถานที่ต่างๆ โดยขอผ้าจีวรไปเพียงชุดเดียว ท่านมุ่งไปทางภาคอีสาน แล้วกลับมาจำพรรษาอยู่ที่ถ้ำพิบูล จ.ลพบุรี ในพรรษาที่ 13 ปี พ.ศ.2489 จำพรรษาได้เพียง 5 พรรษา ทางทหารได้ขอนิมนต์ให้ไปจำพรรษาที่วัดแห่งใหม่ เนื่องจากในบริเวณนั้นเป็นเขตทหาร เกรงว่าจะได้รับอันตราย แต่ท่านกลับเดินขึ้นเขาไปเรื่อยๆ จนกระทั่งพบถ้ำพระอรหันต์ที่เขาสามยอด ในปีพ.ศ.2493

วัตรปฏิบัติส่วนใหญ่ท่านจะเจริญวิปัสสนากรรมฐาน และโปรดสัตว์ซึ่งมีทั้งลิง ไก่ป่า และสัตว์ป่าต่างๆ ด้วยบารมีธรรมของท่านสัตว์ต่างๆ เหล่านี้เชื่องถึงกับมารับอาหารจากมือของท่านทีเดียว นอกจากนี้ ท่านมักสนทนาธรรมกับญาติโยมที่ขึ้นมากราบนมัสการบนเขาสามยอดเป็นเนืองนิตย์

กิตติศัพท์ของหลวงปู่เรือง เล่าขานจากปากสู่ปาก ต่างเดินทางขึ้นเขาสามยอดเพื่อกราบนมัสการขอพรจากหลวงปู่เรืองอย่างเนืองแน่น โดยเฉพาะช่วงเสาร์-อาทิตย์ และวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ทางเดินขึ้นสู่กุฏิก็เป็นทางเดินเล็กๆ ร่มรื่นไปด้วยป่าไผ่และไม้เบญจพรรณ ใช้เวลาเดินทางประมาณชั่วโมงเศษก็จะถึงกุฏิ ซึ่งทางทหารได้ช่วยกันปลูกสร้าง รวมทั้งสร้างศาลาและแท็งก์น้ำ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่หลวงปู่ ณ ปูชนียธรรมสถาน เขาสามยอด

วัตถุมงคลของหลวงปู่เรืองนั้น นับเป็นที่นิยมสะสมของบรรดาลูกศิษย์ลูกหาและพุทธศาสนิกชนที่ทราบถึงกิตติศัพท์ แต่ที่ท่านสร้างเองมีเพียงไม่กี่รุ่น เช่น ปี 2500 สร้างจากเนื้อฟักทองที่มีผู้นำมาถวาย, ปี 2538 เพื่อหาปัจจัยสร้างที่เก็บน้ำในถ้ำ และปี 2539 ในโอกาสครบรอบวันเกิด 10 ม.ค. 2539

นอกจากนั้น ส่วนใหญ่จะมีผู้จัดสร้างแล้วนำมาให้ท่านปลุกเสกให้ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นรุ่นไหน ถ้าผ่านการปลุกเสกของหลวงปู่เรืองแล้ว ก็ล้วนทรงพุทธคุณเป็นเลิศเป็นที่ปรากฏทั้งสิ้น

และเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2556 หลวงปู่เรือง ได้ละสังขารอย่างสงบ ด้วยสิริอายุ 100 ปี

ยังความโศกเศร้าสู่เหล่าลูกศิษย์ลูกหาทั่วทุกสารทิศ

หลวงพ่อชื่น เขมจารี วัดกลางคูเวียง จังหวัดนครปฐม

987456
“หลวงพ่อชื่น เขมจารี” อดีตเจ้าอาวาสวัดกลางคูเวียง ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน ต.สัมปทวน อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม เป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง อีกทั้งเป็นหมอยาตำรับแผนโบราณ รักษาให้กับคนทั่วไปโดยไม่ได้เรียกร้องค่าตอบแทน

ประวัติหลวงพ่อชื่น เกิดเมื่อวันจันทร์ที่ 19 พ.ค.2445 ที่บ้านกลาง หมู่ 3 ต.สัมปทวน อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม เป็นบุตรของนายฝอยและนางวัน ทุยเวียง ประกอบอาชีพทำนา

เมื่ออายุ 21 ปี เข้าพิธีอุปสมบทที่วัดสัมปตาก ซึ่งอยู่ใกล้กับวัดกลางคูเวียง เมื่อวันที่ 14 พ.ค.2465 โดยมีพุทธวิถีนายก (หลวงปู่บุญ ขันธโชติ) วัดกลางบางแก้ว เป็นพระอุปัชฌาย์, พระปลัดหล่อ วัดกลางบางแก้ว เป็นพระกรรม วาจาจารย์ และพระอธิการมา วัดลานตากฟ้า เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า เขมจารี

หลังจากนั้น ท่านได้มาจำพรรษาอยู่วัดกลางคูเวียง โดยได้ศึกษาพระปริยัติธรรม พร้อมกับศึกษาการแพทย์แผนโบราณ ท่านมีความรู้ทางอักษรไทย และภาษามคธ แตกฉานในอรรถธรรม ต่อมาได้ไปศึกษาภาษาขอมและวิทยาคมกับหลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว ได้เรียนคู่กับ หลวงพ่อเพิ่ม วัดกลางบางแก้ว

นอกจากนี้ ยังมีความรู้พิเศษในทางวิปัสสนาธุระเป็นอย่างดียิ่ง ต่อมาเมื่อวันที่ 12 เม.ย.2472 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดกลางคูเวียง และเริ่มก่อสร้างบูรณปฏิสังขรณ์สิ่งต่างๆ รวมทั้งเริ่มรักษาโรคให้ชาวบ้านที่ได้รับความเจ็บป่วย โดยมิได้เรียกค่ารักษาใดๆ

สำหรับตำรับตำรายารักษาโรคเหล่านั้น ท่านศึกษาเล่าเรียนจาก “หมอเทียนสาลีเวียง” หมอโบราณที่มีความรู้ความสามารถในเรื่องการรักษาโรค การดูฤกษ์ยาม ทำนายโชคชะตา

ครั้นถึง พ.ศ.2479 ท่านได้หาเงินสร้างอุโบสถใหม่แทนหลังเดิม ซึ่งเป็นโบสถ์ที่ทำด้วยไม้กระดาน ชำรุดจนไม่สามารถใช้ทำสังฆกรรม พร้อมกับสร้างพระประธานองค์ใหม่ พระอัครสาวก พระโมคคัลลานะ พระสารีบุตร

ต่อมาท่านซื้อที่ดินขยายเขตวัดออกไปอีกทางด้านเหนือ เพื่อใช้เป็นที่ปลูกสร้างโรงเรียนประชาบาล คือ โรงเรียนวัดกลางคูเวียง (พันธุลาภอนุสรณ์) ซึ่งแต่เดิม ต้องอาศัยศาลาการเปรียญของวัดเป็นที่ศึกษาเล่าเรียน

อีกทั้ง ท่านยังได้ก่อสร้างกุฏิขึ้นอีกหลายหลัง โดยเป็นผู้ดูแลอย่างใกล้ชิด และลงมือทำเองอีกด้วย

หลวงพ่อชื่น เริ่มสร้างพระเครื่องและวัตถุมงคลเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ.2479 ซึ่งเป็นปีที่ท่านสร้างโบสถ์หลังใหม่ทดแทนโบสถ์หลังเดิมที่เป็นไม้ โดยสร้างวัตถุมงคลเนื้อชินผสมดีบุกใช้มวลสารหลักจากเงินเก่าที่อยู่ในหลุมลูกนิมิตโบสถ์หลังเดิม สร้างขึ้น 4 รูปแบบ คือ พระปิดตา พระนางพญา พระปางลีลา และนางกวัก

ต่อมาในปี พ.ศ.2481 สร้างวัตถุมงคล “รุ่นอินโดจีน” ซึ่งถือว่าเป็นรุ่น 2 เพื่อนำรายเป็นทุนสร้างศาลาการเปรียญ และซื้อที่ดินขยายเขตวัดเพิ่ม วัตถุมงคลที่สร้างขึ้นมีเสื้อยันต์ ผ้ายันต์วัวธนู พระสมเด็จผงพุทธคุณ พระหลวงพ่อโตซุ้มเถาวัลย์เนื้อดิน และเครื่องรางรูปเสือ เนื้อผงพุทธคุณ

หลังจากปี พ.ศ.2481 ท่านสร้างวัตถุมงคลอีกหลายรูปแบบโดยเจตนาเพื่อบรรจุกรุ อาทิ เครื่องรางรูปเสือ สิงห์ พระสมเด็จ พระสมเด็จทรงสิงห์ โดยสร้างด้วยเนื้อผงเป็นหลัก แต่ท่านได้แกะพิมพ์ และกดพิมพ์พระด้วยตัวเอง

ในปี พ.ศ.2506 สร้างเหรียญรูปเหมือนด้วยเนื้อทองแดงผิวไฟ ท่านได้จารด้วยตัวเองทุกเหรียญ ถือเป็นเหรียญรุ่นแรกและรุ่นเดียว

กล่าวขวัญกันว่า เครื่องรางของขลังและวัตถุมงคลของหลวงพ่อชื่น มีพุทธคุณโดดเด่นในด้านแคล้วคลาดปลอดภัย และคงกระพัน

พ.ศ.2506 หลวงพ่อชื่น ได้รับแต่งตั้งเป็นพระครูสัญญาบัตรที่ “พระครูโสภณสาธุการ”

ในช่วงท้ายของชีวิต ท่านเผยแผ่พระธรรมวินัยให้แก่พุทธบริษัท นำไปปฏิบัติเพื่อเป็นการปลูกศรัทธา ตลอดจนได้รักษาโรคให้กับผู้เจ็บป่วยอย่างมิเห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย กระทั่งหลวงพ่อชื่น มรณภาพลงอย่างสงบ เมื่อวันที่ 21 เม.ย.2514 เวลา 20.05 น. สิริอายุ 69 ปี พรรษา 49

ในช่วงเวลาที่ตั้งศพบำเพ็ญกุศล มีผู้มีจิตศรัทธาและและเคารพเลื่อมใสท่าน จับจองเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมเกินกว่า 100 วัน

กาลต่อมา หลวงพ่อเชิญ ในฐานะศิษย์เอก เป็นผู้สืบทอดเจตนารมณ์ของหลวงพ่อชื่น ด้วยการก่อสร้างกุฏิโสภณสาธุการ เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งคุณงามความดี พร้อมกับสร้างเจดีย์ทองบรรจุศพหลวงพ่อชื่น ภายในกุฏิ เพื่อให้บรรดาผู้ที่เคารพเลื่อมใสได้มากราบไหว้บูชาเป็นสิริมงคล โดยได้ทำพิธีบรรจุศพหลวงพ่อไว้ในพระเจดีย์ทอง เมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 ส.ค.2524 เวลา 09.29 น.

ทุกปีในวันที่ 21 เม.ย. วัดกลางคูเวียง จัดงานคล้ายวันมรณภาพของหลวงพ่อชื่น เพื่ออุทิศส่วนกุศลและรำลึกถึงคุณงามความดี

หลวงพ่อบุญมา โชติธมฺโม วัดบ้านแก่ง จังหวัดปราจีนบุรี

874578
โลกยุคใหม่เจริญก้าวหน้าขึ้น สิ่งลี้ลับและความอาถรรพ์ต่างๆ ก็เริ่มลดน้อยลง สมัยก่อนพระเกจิอาจารย์ผู้เรืองวิชาอาคมมีอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศ แต่ละรูปล้วนมีชื่อเสียง สาธุชนคนใจบุญรู้จักกันถ้วนทั่ว และพระเกจิอาจารย์เหล่านั้นก็ล้วนแต่เป็นพระอริยสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบทั้งสิ้น และพระดีนั้นก็ย่อมไม่อวดอ้างคุณความดี ทำให้มองไปว่าพระเกจิอาจารย์ยุคใหม่หายากที่บ้านแก่ง ตำบลวังตะเคียน หมู่ ๓ อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี

มีผู้ไปพบพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเรืองวิชาอาคมจำพรรษาอยู่ที่วัดบ้านแก่ง ตำบลวังตะเคียน ความเล่าลือปากต่อปาก และจากประสบการณ์ทางวัตถุมงคลที่ท่านสร้างขึ้นมาแสดงพลังอิทธิปาฏิหาริย์อยู่ยงคงกระพัน ชื่อเสียงของ “พระครูสุนทรโชติธรรม” หรือ หลวงพ่อบุญมา โชติธมฺโม ค่อย ๆ เริ่มปรากฏและโด่งดังในพื้นที่อย่างรวดเร็วเมื่อกาลเวลาผ่านมา

ย้อนอดีต…ในปีพุทธศักราช ๒๔๗๓ ตรงกับวันอังคารที่ ๗ พฤศจิกายน ปีเถาะ ครอบครัว “จิตศรี” โดย นายพ่วง และ นางทองคำ จิตศรี ไผ่เจริญ ได้บุตรคนที่สองของครอบครัว คนแรกเป็นผู้หญิงชื่อ เด็กหญิงเลียบ จิตศรี คนที่สองตั้งชื่อเรียกขานว่า เด็กชายบุญมา จิตศรี และหลังจากให้กำเนิดเด็กชายบุญมาแล้ว ปีต่อ ๆ มานางทองคำได้ให้กำเนิดสมาชิกในครอบครัวอีก ๒ คน คือ เด็กชายสุวิทย์ และ เด็กหญิงสมหมาย จิตศรี รวมลูก ๔ คน สมาชิกทั้งบ้าน ๖ คน

ทั้งนายพ่วงและนางทองคำ มีอาชีพทำนา ฐานะทางบ้านก็พอมีพอกินปานกลาง แต่มาระยะหลังมีลูก ๔ คน ทำให้อาหารการกินฝืดเคือง เด็กชายบุญมาเจริญวัยตามกาลเวลา จวนจบกระทั่งถึงวัยที่จะต้องได้รับการศึกษาเล่าเรียน ผู้เป็นพ่อส่งเด็กชายบุญมาให้ไปอยู่กับ หลวงพ่อเขียน หรือ พระครูประสารวุฒิคุณ เจ้าอาวาสวัดบ้านกุง ซึ่งเด็กชายบุญมามีศักดิ์เป็นหลานของหลวงพ่อเขียน สมัยนั้นหลวงพ่อเขียนเป็นพระเกจิอาจารย์เก่งทางด้านอยู่ยงคงกระพัน

เด็กชายบุญมาอยู่รับใช้หลวงพ่อเขียน และศึกษาเล่าเรียนที่โรงเรียนวัดบ้านกุง จนกระทั่งจบการศึกษาประชาบาลชั้นประถมปีที่ ๓ นายพ่วงผู้เป็นพ่อก็ไปรับตัวกลับให้มาอยู่กับ “หลวงปู่เอี่ยม” พระเกจิอาจารย์ที่มีคนให้ความเคารพนับถือกันมาก ชาวบ้านเรียกกันว่า “หลวงพ่อใหญ่” หลวงปู่เอี่ยมนั้น มีวิชาอยู่ยงคงกระพันชาตรี หลวงปู่เอี่ยม รับเด็กชายบุญมาไว้เป็นลูกศิษย์แล้วก็ส่งให้เรียนต่อชั้นประถมปีที่ ๔ จนจบพอโตเป็นหนุ่มหลวงปู่เอี่ยมก็สอนวิชาอาคม ให้ร่ำเรียนอักขระวิชาต่าง ๆ ฝึกให้ทำจิตให้เป็นสมาธิ สอนการนั่งวิปัสสนากรรมฐานขั้นต้นให้

นายบุญมาใช้ชีวิตทางโลกอยู่จนกระทั่งอายุ ๒๕ ปี เข้าวัยเบญจเพศจึงหันหน้าเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ เป็นศิษย์พระตถาคตเจริญรอยตามพระพุทธองค์ โกนหัวปวารณาตัวอุปสมบท ณ พัทธสีมา วัดทุ่งแฝก หมู่ ๒ ตำบลกบินทร์บุรี อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี โดยมี พระครูศรีวิเลิศ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์สวัสดิ์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอธิการกรอง เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า“โชติธมฺโม”

เมื่อบวชแล้ว ภิกษุหนุ่มนามบุญมาก็ศึกษาพระธรรมวินัย จนสามารถสอบนักธรรมเอกได้ในเวลาต่อมา จังหวะนั้นเองทางวัดบ้านแก่ง ว่างสมภารลง หลวงพ่อใหญ่ก็ได้สั่งให้ พระอธิการบุญมา มาเป็นสมภารวัดบ้านแก่ง สืบแทนหลวงพ่อทองดีที่มรณภาพ พระอธิการบุญมา พอ
มาอยู่วัดบ้านแก่ง ก็ทำนุบำรุงพัฒนาวัดตามแต่อัตภาพ

สมัยนั้นวัดบ้านแก่งและหมู่บ้านค่อนข้างทุรกันดาร ความเจริญยังเข้าไปไม่ถึง ความเป็นอยู่ของชาวบ้านไม่ค่อยดี วัดก็เลยไม่รุ่งเรืองตามสภาพ ขณะอยู่วัดพระอธิการบุญมาก็ฝึกวิปัสสนากรรมฐาน โดยเฉพาะพระกรรมฐานนั้น พระอธิการบุญมาให้ความสนใจเป็นพิเศษ ได้รับถ่ายทอดวิชาจากหลวงปู่เอี่ยมนำมาปฏิบัติด้วยตนเองอย่างเคร่งครัด

หลวงพ่อบุญมาทำกรรมฐานโดยกำหนดเอาแสงสว่างจากเปลวเทียนเป็นหลัก เพ่งกสิณจากเปลวแสงเทียนที่เรียกกันว่า “เตโชกสิณ” คือ การทำสมาธิจิตเพ่งแสงสว่างแห่งเปลวไฟ ภิกษุที่ทำได้ต้องมีสมาธิมั่นตั้งอยู่ในกรรมฐาน กำหนดเอาธาตุทั้ง ๔ อย่างใดอย่างหนึ่งเป็นมั่นคง แล้วพุ่งกระแสจิตสู่สิ่งที่กำหนดนั้น จนดวงจิตสงบนิ่งบังเกิดความสว่างขึ้นกลางมโนจิต อันเป็นการบรรลุมรรคผลในระดับหนึ่ง นั่นคือการสามารถกำหนดจิตให้เป็นสมาธิอันแน่วนิ่งและมั่นคงได้ จึงจะถือว่าผ่านการทดสอบของการบำเพ็ญพระกรรมฐานและการทำกสิณ หลวงพ่อบุญมา เพ่งกสิณเพ่งเปลวเทียนอยู่นาน กว่าจะบรรลุมรรคผลก็เล่นเอาดวงตาข้างขวาของท่านเสียเกือบจะบอดเลยทีเดียว

หลวงพ่อบุญมา พัฒนาวัดบ้านแก่งมาตลอดจนสามารถสร้างกุฏิ สร้างศาลาการเปรียญ และสร้างโบสถ์ใหม่ได้สำเร็จ ทำการยกช่อฟ้าอุโบสถและผูกพัทธสีมา ปิดทองฝังลูกนิมิตในปี ๒๕๓๘ ล่าสุดท่านกำลังสร้างซุ้มประตูเข้าโบสถ์และงานที่สำคัญของหลวงพ่อ คือ ท่านตั้งใจจะพัฒนาถนนหนทางเข้าวัดให้ดีขึ้น ไม่ใช่เป็นลูกรัง รถวิ่งฝุ่นฟุ้งอยู่ทุกวันนี้ เพื่อที่สาธุชนจะได้ไปมาหาสู่สะดวกสบายขึ้นโลกยุคใหม่เจริญก้าวหน้าขึ้น สิ่งลี้ลับและความอาถรรพ์ต่างๆ ก็เริ่มลดน้อยลง สมัยก่อนพระเกจิอาจารย์ผู้เรืองวิชาอาคมมีอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศ แต่ละรูปล้วนมีชื่อเสียง สาธุชนคนใจบุญรู้จักกันถ้วนทั่ว และพระเกจิอาจารย์เหล่านั้นก็ล้วนแต่เป็นพระอริยสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบทั้งสิ้น และพระดีนั้นก็ย่อมไม่อวดอ้างคุณความดี ทำให้มองไปว่าพระเกจิอาจารย์ยุคใหม่หายาก
ที่บ้านแก่ง ตำบลวังตะเคียน หมู่ ๓ อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี มีผู้ไปพบพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเรืองวิชาอาคมจำพรรษาอยู่ที่วัดบ้านแก่ง ตำบลวังตะเคียน ความเล่าลือปากต่อปาก และจากประสบการณ์ทางวัตถุมงคลที่ท่านสร้างขึ้นมาแสดงพลังอิทธิปาฏิหาริย์อยู่ยงคงกระพัน ชื่อเสียงของ “พระครูสุนทรโชติธรรม” หรือ หลวงพ่อบุญมา โชติธมฺโม ค่อย ๆ เริ่มปรากฏและโด่งดังในพื้นที่อย่างรวดเร็วเมื่อกาลเวลาผ่านมา

หลวงพ่อบุญมาทำกรรมฐานโดยกำหนดเอาแสงสว่างจากเปลวเทียนเป็นหลัก เพ่งกสิณจากเปลวแสงเทียนที่เรียกกันว่า “เตโชกสิณ” คือ การทำสมาธิจิตเพ่งแสงสว่างแห่งเปลวไฟ ภิกษุที่ทำได้ต้องมีสมาธิมั่นตั้งอยู่ในกรรมฐาน กำหนดเอาธาตุทั้ง ๔ อย่างใดอย่างหนึ่งเป็นมั่นคง แล้วพุ่งกระแสจิตสู่สิ่งที่กำหนดนั้น จนดวงจิตสงบนิ่งบังเกิดความสว่างขึ้นกลางมโนจิต อันเป็นการบรรลุมรรคผลในระดับหนึ่ง นั่นคือการสามารถกำหนดจิตให้เป็นสมาธิอันแน่วนิ่งและมั่นคงได้ จึงจะถือว่าผ่านการทดสอบของการบำเพ็ญพระกรรมฐานและการทำกสิณ หลวงพ่อบุญมา เพ่งกสิณเพ่งเปลวเทียนอยู่นาน กว่าจะบรรลุมรรคผลก็เล่นเอาดวงตาข้างขวาของท่านเสียเกือบจะบอดเลยทีเดียว

หลวงพ่อบุญมา พัฒนาวัดบ้านแก่งมาตลอดจนสามารถสร้างกุฏิ สร้างศาลาการเปรียญ และสร้างโบสถ์ใหม่ได้สำเร็จ ทำการยกช่อฟ้าอุโบสถและผูกพัทธสีมา ปิดทองฝังลูกนิมิตในปี ๒๕๓๘ ล่าสุดท่านกำลังสร้างซุ้มประตูเข้าโบสถ์และงานที่สำคัญของหลวงพ่อ คือ ท่านตั้งใจจะพัฒนาถนนหนทางเข้าวัดให้ดีขึ้น ไม่ใช่เป็นลูกรัง รถวิ่งฝุ่นฟุ้งอยู่ทุกวันนี้ เพื่อที่สาธุชนจะได้ไปมาหาสู่สะดวกสบายขึ้น

พระกรุ วัดสำปะซิว จังหวัดสุพรรณบุรี

5494546000009

เมืองสุพรรณบุรีเป็นอีกเมืองหนึ่งที่มีชุมชนอยู่อาศัยต่อเนื่องมาเป็นเวลาช้านานแต่โบราณกาล มีอยู่ช่วงหนึ่งหลังเสียกรุงในปีพ.ศ.2310 ก็ถูกปล่อยให้รกร้างอยู่ระยะหนึ่ง ต่อมาจนถึงในปีพ.ศ.2379 สุนทรภู่ กวีเอกของไทย ได้เดินทางโดยทางน้ำมาสุพรรณบุรี เมื่อพบเห็นอะไรก็ได้จดบันทึกเป็นโคลงสี่สุภาพไว้คือ “โคลงนิราศเมืองสุพรรณ” ในตอนหนึ่งผ่านย่านสำปะซิว ก็ได้ประพันธ์ไว้ดังนี้ สำปะทิว งิ้วง้าวสะล้าง กร่างไกร ถิ่นท่าป่ารำไร ไร่ฝ่าย เจ๊กอยู่หมู่มอญไทย ทำถั่ว รั้วเอย ปลูกผักฟักกล้วยกล้าย เกลื่อนทั่วทางขจร จากนิราศเมืองสุพรรณ ก็ทำให้พอนึกภาพสำปะทิวในสมัยนั้นได้พอสมควร สำปะทิวก็คือ สำปะซิว และวัดสำปะซิวนี้ก็เป็นชื่อเรียกพระกรุ กรุหนึ่งว่าพระกรุวัดสำปะซิว ซึ่งความเป็นจริงการพบพระกรุนี้ไม่ได้พบภายในวัดสำปะซิว แต่มีผู้ขุดพบพระเครื่องที่ใกล้ๆ กับวัดสำปะซิว ผู้ที่พบก็คือ นายดี มาแสง บ้านอยู่ไปทางทิศเหนือของวัดสำปะซิว ได้ขุดดินบริเวณบ้านตรงริมรั้วบ้านของตัวเอง และบังเอิญไปพบ พระเครื่องเนื้อดินเผาเข้าจำนวนหนึ่ง ในส่วนทางด้านทิศใต้ของวัดก็เคยมี ผู้ขุดพบพระบูชาสมัยลพบุรีอยู่หลายครั้งหลายหนเช่นกัน สันนิษฐานว่าบริเวณนี้น่าจะเคยเป็นแหล่งชุมชนสืบต่อกันมาเป็นเวลายาวนาน สาเหตุที่เรียกพระกรุเนื้อดินกรุนี้ว่า “กรุวัดสำปะซิว” ก็เนื่องจากหลังจากที่พบพระเครื่องดังกล่าว และมีการนำพระออกมาสู่นักสะสมและถามถึงที่มา ก็มักจะตอบว่า “พระกรุวัดสำปะซิว” ซึ่งเป็นย่านที่มาของการพบพระเครื่อง พระเครื่องของกรุนี้จึงเป็นชื่อเรียกกันต่อๆ มาจนทุกวันนี้ พระเครื่องที่พบในครั้งนั้นมีพระพิมพ์ต่างๆ คือ พระพิมพ์ซุ้มนครโกษา พระพิมพ์ท่ามะปราง หรือบางท่านในสมัยก่อนเรียกว่า นางสำปะซิวก็มี พระพิมพ์นารายณ์ทรงปืน พระพิมพ์ซุ้มปรางค์ เป็นต้น พระเครื่องทั้งหมดที่พบเป็นพระเนื้อดินเผา ประเภทเนื้อหยาบมักปรากฏเม็ดกรวดปะปนอยู่ในเนื้อพระ เป็นประเภทเนื้อแกร่ง สีที่พบมักจะเป็นสีอิฐ สีนวลๆ และสีดำซึ่งเป็นสีที่พบน้อยกว่าสีอื่นๆ พระกรุวัดสำปะซิวที่พบเห็นกันมากหน่อย และเป็นพิมพ์นิยมของกรุนี้ก็คือ พิมพ์ซุ้มนครโกษา ลักษณะคล้ายๆ กับพระซุ้มนครโกษาของลพบุรี สันนิษฐานว่าคงสร้างล้อแบบศิลปะลพบุรี ส่วนอีกพิมพ์หนึ่งที่นิยมก็คือพิมพ์ท่ามะปราง พุทธลักษณะก็คล้ายกับพระท่ามะปรางของทางจังหวัดพิษณุโลก สุโขทัย และกำแพงเพชร แต่จะมีพุทธลักษณะต้อๆ กว่าของกรุอื่นๆ ส่วนมากมักจะมีปีกกว้างออกมา ส่วนพิมพ์ซุ้มปรางค์และพิมพ์นารายณ์ทรงปืนก็สร้างล้อศิลปะลพบุรีเช่นกัน พิจารณาศิลปะโดยรวมของพระกรุนี้สันนิษฐานว่าน่าจะสร้างในตอนปลายสมัยสุโขทัยต่ออยุธยาตอนต้น ในปัจจุบันก็ไม่ค่อยได้พบเห็นพระกรุนี้มากนัก นับวันค่อนข้างจะหายากพอสมควรครับ พุทธคุณเด่นทางด้านแคล้ว คลาด คงกระพัน สนนราคาก็ยังไม่สูงนัก แต่ก็ไม่ค่อยพบเห็นกันนักครับ ในวันนี้ผมจึงได้นำรูปพระกรุสำปะซิว พิมพ์ซุ้มนครโกษาและพิมพ์ท่ามะปรางมาให้ชมกันครับ

ชมรมพระเครื่อง แทน ท่าพระจันทร์

แนะนำบทความให้เว็บโดย ตลาดออนไลน์พระเครื่องแท้.net

ค้นหาทางออกจากวงกตมฤตยูกับเกมส์ The Maze Runner

สำหรับเกมส์บนมือถือที่เราจะมาแนะนำให้เพื่อนๆ ได้รู้จักกันอีกหนึ่งเกมส์ในวันนี้นั้นถือว่าเป็นอีกหนึ่งกเกมส์ทีได้ถูกพัฒนามาจากหนังดังอย่าง The Maze Runner นั้นเองครับ ซึ่งหลายๆ ท่านที่ได้เคยดูหนังเรื่อง The Maze Runner นี้มาก่อนหน้านี้ก็คงพอจะทราบครับว่าตัวเกมส์นี้นั้นมีความสนุกมากน้อยเพียงใด สำหรับเนื้อเรื่องของตัวเกมสนี้นั้นก็จะเป็นแบบนังเลยครับ โดยเราจะเข้ารวมกลุ่มกับเหล่า Gladers ที่จะต้องหาทางออกจากเขาวงกตนี้ออกไปให้ได้ ซึ่งเราจะต้องทำการค้นหา ออกสำรวจ และ วิ่งหนีเอาชีวิตรอดภายในเขาวงกตมรณะนี้ให้ได้ สำหรับทางด้านของ Feature ภายในตัวเกมส์นี้จะเป็นอย่างไรนั้นเราจะไปชมพร้อมๆ กันเลยครับ

314-151443

  • มีระบบการควบคุมที่ง่าย เพียงแค่เราสัมผัสหน้าจอหรือทำการเอียงมือถือของเรา
  • สามารถเลือก Runner แต่ละคนมาเป็นตัวหลักของเกมส์ได้
  • มีด่านต่างๆ ให้เราเลือกเล่นมากมาย โดยเราจะต้องทำการปลดล็อกให้ได้
  • ทุกๆ ครั้งที่เราเข้าเล่นเกมส์จะมีรางวัลพิเศษให้

51522

สำหรับความสนุกของตัวเกมส์ The Maze Runner นี้นั้นถือว่าเป็นเกมศ์ที่มีวามสนุกมาครับ ทั้งการวิ่งหลบหินยักษ์ที่จะทับเรา การหลบหลุมลาวา การสไลด์ตัวไปตามทางน้ำหรือ การวิ่งหลบสายน้ำที่พุ่งขึ้นมาเพี่อขัดขว้างเรา รวมไปถึงเรายังสามารเลือก Runner ในแต่ละตัวละครมาเล่นได้ด้วย โดยใน Runner แต่ละตัวนั้นจะมีค่าพลังงาน ความเร็วในการวิ่ง ความคล่องตัว ต่างๆ ที่แตกต่างกันออกไปด้วยครับ

สังหารมังกรสองหัวเพื่อให้ดินแดนปลอดภัยจากภัยพิบัติกับ เกมส์ Darkness Reborn

เกมส์ Darkness Reborn เป็นอีกหนึ่งเกมส์ที่เราจะมารีวิวให้เพื่อนๆ ได้รู้จักกันในวันนี้นั้นเองครับ เกมส์ Darkness Reborn ถือว่าเป็นเกมส์แนวต่อสู้หรือแนว RPG อีกหนึ่งเกมศ์ที่ได้ถูกพัฒนาออกมาเพื่อพลิกโฉมวงการเกมมือถือแนว RPG มากครับ ด้วยเนื้อเรื่องของตัวเกมส์ และระบบการเล่นภายในเกมส์ที่ทำออกมาได้น่าเล่นมากครับ โดยประสิทธิภาพของตัวเกมส์ไม่แพ้เกมส์ต่อสู้เกมส์อื่นๆ เลยครับ โดยเกมส์ Darkness Reborn เกมส์นี้เป็นเกมส์ของทางค่ายเกมส์ยักษ์ใหญ่ที่ได้พัฒนาเกมส์ออกมามากมายอย่าง GAMEVIL นั้นเองครับ สำหรับทาด้านของ Feature ของเกมส์ Darkness Reborn เกมส์นี้นั้นจะเป็นอย่างไร และ มีระบบการเล่นอย่างไรนั้น เราจะไปชมพร้อมๆ กันเลยครับ

50314-152234

  • สามารถเล่นแบบ multiplayer ได้
  • มีโหมดดันเจี้ยนให้เราเลือกเล่นได้
  • มีโหมดการเล่นแบบ co-op แบบโหมด 6 คนที่ตะลุยล่าบอส
  • มีโหมด PvP ให้เราเลือกเล่นได้ โดยจะเป็นการเล่นแบบ 3:3

สำหรับ Feature ของตัวเกมส์ Darkness Reborn ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ครับ ยังมี Feature ต่างๆ ภายในเกมส์ที่รอให้เราเข้าไปลองเล่นกันครับ โดยทางผู้พัฒนาเกมส์ Darkness Reborn อย่าง GAMEVIL ได้เปิดให้เราเข้าไปดาวน์โหลดเกมส์นี้ได้ทั้งบนระบบปฏิบัติการแบบ Android โดยผ่านทาง Google Play Store และ บนระบบปฏิบัติการแบบ IOS โดยผ่านทาง Apps Store ได้แล้วครับ โดยจะเป็นแบบ Closed beta ให้เราเข้าไปลงทะเบียนเล่นครับ โดยเพื่อนๆ จะได้ Item ตอบแทนมากถึง $30 เลยทีเดียวครับ ซึ่งเราจะได้ Item หลังจากที่เกมส์เปิดตัวไปนั้นเองครับ

ติดตั้งกล้องติดรถยนต์ได้เปรียบกว่า

ปัจจุบันกล้องติดรถยนต์ในต่างประเทศเป็นที่ยอมรับว่าช่วยเป็นหลักฐานทางตำรวจและทางประกันได้ระดับที่น่าพอใจในประเทศไทยเองก็เช่นกันกล้องติดรถยนต์เริ่มได้อย่างกว้างขวางทั้งนี้เหตุผลหลักของการติดตั้งกล้องติดรถยนต์ก็เพื่อเป็นหลักฐานอย่างที่ในต่างประเทศเขาใช้เช่นกันแต่การหาซื้อกล้องติดรถยนต์ที่ได้คุณภาพในบ้านเราก็ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องดูและศึกษาให้ดีเพราะมีการนำเข้ากล้องติดรถยนต์ที่ไม่ได้มาตรฐานอยู่บ้างซึ่งสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานก็จะสร้างปัญหาจุกจิกกวนอุราแน่นอนเช่นถ่ายในที่มืดไม่ชัดเจน   ไฟล์ที่อัดไว้โดนเซฟทับแต่หากติดตั้งกล้องติดรถยนต์คุณภาพดีจะได้ภาพที่ต่อเนื่องไม่ขาดตอนSeam recording   ดังนั้นจะซื้อทั้งทีก็ดูที่คุณภาพจะดีกว่า

ทั้งนี้  เพื่อความปลอดภัยกล้องติดรถยนต์นั้นมีข้อได้เปรียบในแง่ของเมื่อเกิดคดีความหรือ  ข้อขัดแย้งที่ไม่สามารถปิดรูปคดีได้แม้จริงๆปัญหาอุบัติบนท้องถนนอาจไม่รุนแรงขนาดนั้นก็ได้แต่ใครพยานมากกว่าก็ย่อมได้เปรียบ  และเมื่อคำพูดของพยานไม่เพียงพอภาพและเสียงที่กล้องติดรถยนต์ทำการบันทึกจะเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ช่วยเหลือคุณได้  ยามที่คุณไม่ได้เป็นฝ่ายผิดนอกจากนี้การติดตั้งกล้องติดรถยนต์ยังใช้ได้ดีในกรณีที่ถูกยัดเยียดความผิดจากภาครัฐหรือเป็นหลักฐานที่ชี้ชัดได้ว่าการทำงานของเจ้าหน้าที่ซื่อสัตย์หรือไม่

45626

การใช้งานกล้องติดรถยนต์ตอนนี้ก็ง่ายดายเพียงเสียบสายชาร์ทเข้ากับที่จุดบุหรี่ในรถยนต์ก็พร้อมใช้งานได้ทันทีกดปุ่มเปิดกล้องติดรถยนต์ก็จะทำการบันทึกอัตโนมัติและบันทึกวน loop ไปเรื่อยๆหากคุณสนใจกล้องติดรถยนต์ที่มีระบบการบันทึกภาพคมชัดระดับFULL HD ก็อาจยอมจ่ายแพงหน่อยแต่รับรองว่าเหมือนดูหนังดีๆเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว

 

เกมแฟลช Gamber water son

ได้เวลาผจญภัยไปกับ เกมแฟลชฟรี ที่ชื่อว่า adventure time:son of mars ที่มีรูปแบบการเล่นคล้าย ๆ กับเกม แองกี้เบิร์ด ซึ่งผู้เล่นจะต้องผ่าฟันอุปสรรคตรงหน้าไปให้ได้ โดยแต่ละด่านก็จะมีอุปสรรคต่างกันค่ะ เรียกได้ว่าเป็น เกมแฟลชฟรี ที่ต้องใช้ความคิดในการแก้ปัญหามากเลยทีเดียว

capt44854

วิธีเล่นนั้นไม่ยากเลยค่ะ แม้ว่า เกมแฟลชฟรี เกมนี้จะเป็นเกมต่างประเทศ แต่ก็สามารถเข้าใจได้ง่าย เพราะจะมีโหมดการสอนเล่นให้ทำตาม ไม่ยากเลยค่ะ ผู้เล่นจะต้องสวมบทบาทเป็นเด็กผู้ชายที่จะต้องเดินทางให้ถึงจุดหมาย ผ่านด่านต่าง ๆ โดยจะใช้ดาบฟาดลูกบอลสีฟ้า ใส่ศัตรูที่ขวางอยู่ โดยจะมีเพื่อนคู่ใจตัวเล็กที่มีอาวุธในการขว้างเป็นหิน ในการผ่านด่านนั้นผู้เล่นจะต้องยิงลูกบอลไปให้โดยศัตรูตัวร้ายที่ยืนขวางทางอยู่ ตรงนี้ต้องเล็งให้โดนนะคะ ถึงจะไปด่านต่อไปได้ และในด่านที่ยากขึ้น ก็จะมีอุปสรรคในฉากอย่างเช่นแท่นหิน ไม้ หรือสิ่งต่าง ๆ ที่ขวางทางอยู่ไม่ให้ผู้เล่นโยนลูกบอลถึงศัตรูได้ง่าย ๆ ซึ่งตรงนี้ผู้เล่นจะต้องใช้ความคิด ใช้ทักษะในการพลิกแผงเพื่อที่จะเอาชนะค่ะ ในบางฉากอาจจะต้องใช้เจ้าเพื่อนคู่ใจตัวเล็ก มาทำลายพวกอุปสรรคเหล่านั้นเสียก่อน ถึงจะเข้าถึงตัวศัตรูได้ค่ะ

 

ถือว่าเป็น เกมแฟลชฟรี ที่เล่นไม่ยาก มีความสนุก ลายเส้นและภาพน่ารักมากค่ะ เหมาะกับเด็ก ๆ และคนทั่วไป ที่ไม่ชอบเล่นเกมที่รุ นแรง เกมแฟลชฟรี เกมนี้เหมาะที่จะเล่นคลายเครียดและฝึกทักษะสำหรับเด็กมากเลยล่ะค่ะ

บทความ by ใครว่าเล่นเกมส์ไม่มีสาระต้องคิดใหม่แล้วมาที่นี่ro69mcskv

มีโปรเกมส์เด็ด ๆ แบบนี้ใช้ตั้งนานแล้ว

การใช้โปรเกมส์ในการเล่นเกมส์เป็นเรื่องปกติสุด ๆ สำหรับคอเกมส์ไปแล้วในชั่วโมงนี้ อาจจะมีอยู่บ้างบางคนที่ยังใจแข็งมีศักดิ์ศรี ขอเล่นด้วยความสามารถของตัวเองเพียว ๆ แต่เล่นได้ไม่เท่าไหร่ก็เจอคนเล่นโปรเกมส์สอยร่วงไม่เป็นท่า

150312-114648

ต่อให้มีศักดิ์ศรีแค่ไหน เจอโปรเกมส์ เข้าไปก็ต้องติดใจ

            ถึงแม้หลายคนจะบอกว่าการเล่นเกมส์ โดยใช้โประเกมส์นั้น ถือว่าไร้ความสามารถ แต่ในเวลานี้เราคงปฏิเสธไม่ได้แล้วว่าทุกคนต่างใช้ตัวช่วยให้การเล่นเกมส์สำเร็จทุกภารกิจตามที่ได้กำหนดเอาไว้ ดังนั้นตอนนี้หากคอเกมส์คนไหนเข้าไปเล่นเกมส์ คุณก็จะเจอแต่คนเล่นโปรเกมส์ แล้วแบบนี้เล่นเท่าไหร่คุณก็ไม่มีทางชนะ

ขอแนะนำให้ใช้โปรเกมส์เสียทีสำหรับคนที่ยังไม่เคยใช้

            ดังนั้นเพื่อให้ทุกคนเท่าเทียมกันและเพื่อให้คุณได้รู้ว่าการเล่นเกมส์โดยใช้โปรเกมส์มันเด็ดดียังไง เราจึงของให้คุณลองใช้สักโปรเกมส์จะเป็นโปรเกมส์ไหนก็ได้ เพราะทุกโปรเกมส์เด็ดและดีเสมอ อาจแตกต่างกันบ้างในเรื่องของคุณสมบัติ ความสามารถเฉพาะทางและความรวดเร็วในการพิชิตภารกิจสำคัญต่าง ๆ ลองเลือกโปรเกมส์ที่คุณคิดว่าน่าจะเข้ากับคุณมากที่สุดก็ได้ คราวนี้คุณอาจจะเปลี่ยนความคิดและพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า มีโปรเกมส์เด็ด ๆ แบบนี้ใช้เล่นตั้งนานแล้ว… โหลดโปรได้ที่ โปรและสูตรเกมส์ฟรีจีเก้าเก้าเน็ตเวิร์ค