10 อันดับ Bigbike บิ๊กไบค์ ราคาแพง

สวัสดีครับ วันนี้เรามาดูรถ Bigbike ที่มีราคาแพงแบบโครตๆกันดีกว่า เราจัดมาให้ชมกันแล้วนะ

Ecosse-ES1-Superbike-789
อันดับที่ 1 Ecosse ES1 Superbike ราคา 117,150,000 บาท
รถ Ecosse ES1 Superbike คันนี้ได้ถูกออกแบบโดยวัศวกร F1 ของอังกฤษ ซึ่งได้พัฒนามอเตอร์ไซค์โดยใช้เทคโนโลยีในรูปแบบที่ไกล้เคียง ซึ่งมันได้สร้างความโด่ดเด่น ทั้งดีไซน์และความเร็วทำให้มันราคาแพงสุดๆ

อันดับที่ 2 Harley Davidson Cosmic Starship ราคา 33,000,000 บาท

อันดับที่ 3 Dodge Tomahawk V10 Superbike ราคา 18,315,000 บาท

อันดับที่ 4 Yamaha Roadstar BMS Chopper ราคา 16,500,000 บาท

อันดับที่ 5 Ecosse Titanium Series FE Ti XX ราคา 9,900,000 บาท

อันดับที่ 6 Ducati Desmosedici D16RR NCR M16 ราคา 7,560,000 บาท

อันดับที่ 7 Ducati Testa Stretta NCR Macchia Nera Concept ราคา 7,450,000 บาท

อันดับที่ 8 Suzuki AEM Carbon Fiber Hayabusa ราคา 6,500,000 บาท

อันดับที่ 9 MTT Turbine StreetFighter ราคา 5,700,000 บาท

อันดับที่ 10 Icon Sheene ราคา 5,600,000 บาท

แนะนำโดย http://www.automotor789.com/search/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%84%E0%B8%8B%E0%B8%84%E0%B9%8C/

10 อันดับรถยนต์ขายดีในญิปุ่นประจำเดือนเมษายน

dd796

เป็นข้อมูลของทางสมาคมผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ญิปุ่น (Japan Automobile Dealers Association) ได้เผย 10 อันดับรถยนต์ที่ขายดีที่สุดในแดนปลาดิบประจำปี 2016 ซึ่งอันดับ 1 คือโตโยต้า พรีอุส โดยมียอดขายดี 5 เดือนซ้อน
10 อันดับรถยนต์ขายดีในญิปุ่นเดือนเมษายน

1.Toyota Prius – 20,770 คัน
2.Toyota Aqua – 13,099 คัน
3.Honda N-Box – 11,691 คัน
4.Daihatsu Tanto – 10,996 คัน
5.Toyota Sienta – 9,639 คัน
6.Suzuki Alto – 8,076 คัน
7.Honda Fit – 7,116 คัน
8.Suzuki Spacia – 6,838 คัน
9.Suzuki Hustler – 6,681 คัน
10.Toyota Corolla – 6,336 คัน

จากตัวเลขดังกล่าวจะเห็นได้ว่า Toyota Aqua ยอดขาย13,099 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา 15.8% ขณะที่อันดับ 3 เป็นรถ Kei Car ขนาดเล็ก Honda N-Box ยอดขาย 11,691 คัน เพิ่มขึ้น 14.4 %

Triton พร้อมใช้แพล็ตฟอร์ม Nissan Navara

Mitsubishi-triton-7891126566

Carlos Ghosn ผู้บริหารระดับสูงของนิสสันได้ระบุว่า มีความเป็นไปได้อย่างสูงที่จะพัฒนารถกระบะทั้งสองรุ่นขึ้นบนแพล็ตฟอร์มเดียวกัน แต่จะมีการพัฒนาให้มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนเนื่องจากรถ 2 รุ่นมีกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกันไป โดยภาพรวมแบรนด์รถกระบะทั้ง 2 ค่าย ได้รับความไว้วางใจอย่างยาวนานสำหรับผู้ใช้งานทั่วโลกซึ่งการพัฒนาดังกล่าวเป็นการลดต้นทุนการผลิตหลังมิตซูบิชิประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนัก จากกรณีโกงค่าอัตราสิ้นเปลือง แต่เมื่อนิสสันเข้าไปควบคุมโดยการนำเอาจุดแข่งของมิตซูบิชินั่นคือเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีขับเคลื่อนสี่ล้อ จะทำให้รถยนต์ของนิสสันมีศักยภาพมากยิ่งขึ้น คาดว่ากระบะ 2 ค่ายจะใช้แพล็ตฟอร์มเดียวกันคงจะออกมาจำหน่ายในปี 2020 เพราะ Triton และ Navara NP300 พึ่งเปิดตัวไม่นาน

Toyota Corolla Altis Minorchange ตุรกี

Toyota-Corolla-Altis-Minorchange-789

Toyota Corolla Altis Minorchange ได้รับการออกแบบต่อเติมจาก Toyota Corolla Altis รุ่นปัจจุบันซึ่งได้เพิ่มความสปอร์ตมากขึ้นกว่าเดิม โดยภาพรวมแล้วการออกแบบจะคล้ายๆ Toyota Auris Minorchange เลยทีเดียว ด้านหน้าปรับให้เพรียวบางขึ้น กระจังหน้าเล็กลง ชุดไฟหน้าใหม่เป็นไฟ Projector Lens พร้อมแถบไฟด้านล่าง คาดเป็น LED Daytime Running Lights แบบ Tube รูปทรงตัว L ที่มุมซ้าย-ขวา ล้ออัลลอยลายใหม่ บริเวณด้านท้ายเปลี่ยนแปลงไม่มากเท่าไหร่ชุดไฟท้ายเดิม แต่เปลี่ยนส่วนในตัวโคมใหม่ ให้ชิดด้านบนสุด คาดกลางด้วยเส้นโครเมี่ยมต่อเนื่องมาจากคิ้วฝากระโปรงท้าย เพื่อลดทอนขนาดให้เล็กลง จุดเด่นที่น่าสนใจของ Corolla Altis Minorchange นั่นคือระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ Toyota Safety Sense โดยจะมี ระบบช่วยเบรกฉุกเฉิน (Pre-Collision System : PCS), ระบบเตือนการเปลี่ยน (Lane Departure Alert : LDA) และระบบเปิด-ปิด ไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High Beam)

Toyota Fortuner TRD Sportivo 2016

Toyota Fortuner TRD Sportivo 2016

trd-sprot789444559

เครื่องยนต์ รหัส 1GD-FTV ดีเซล 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ขนาด 2.8 ลิตร 2,756 ซีซี. พร้อม Turbo แปรผันครีบ VN-Turbo และ อินเตอร์คูลเลอร์ ให้กำลังสูงสุด 177 แรงม้า ที่ 3,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร ที่ 1,600 – 2,400 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Sigma4 *เฉพาะรุ่น 4WD ( H2-H4-L4 )

ขับเคลื่อน 2 ล้อ
รุ่น 2.8 TRD 2WD (Black) 1,679,000 บาท
รุ่น 2.8 TRD 2WD (White Pearl) 1,691,000 บาท
รุ่น 2.8 TRD 2WD (White Pearl+Black Top) 1,699,000 บาท

ขับเคลื่อน 4 ล้อ
รุ่น 2.8 TRD 4WD (Black) 1,749,000 บาท
รุ่น 2.8 TRD 4WD (White Pearl) 1,761,000 บาท
รุ่น 2.8 TRD 4WD (White Pearl+Black Top) 1,769,000 บาท

* Black = สีตัวถังภายนอกสีดำ Attitude Black Mica
* White Pearl = สีตัวถังภายนอกสีขาว White Pearl
* White Pearl + Black Top = สีตัวถังภายนอกสีขาว White Pearl
พร้อม wrap สติ๊กเกอร์หลังคาสีดำ Matt Black

อุปกรณ์มาตรฐาน
กระจังหน้า สี Dark Chrome
คิ้วขอบป้ายทะเบียนหลัง สี Dark Chrome
เบาะนั่ง สีดำสลับแดง พร้อมเดินด้ายสีแดง
แผงคอนโซลหน้า หนังสังเคราะห์สีดำสลับแดง และแถบสี Dark Silver
ช่องปรับอากาศด้านหน้า แถบสี Dark Silver และโครเมียม
ขอบประตูด้านหลัง พร้อมสัญลักษณ์ TRD
มาตรวัดเรืองแสง Optitron สีแดง ลาย Carbon Kevlar เฉพาะรุ่น TRD Sportivo
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control)
กุญแจรีโมท Smart Key เฉพาะรุ่น TRD Sportivo
ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ Push Start สีแดง พร้อมสัญลักษณ์ TRD
ชุดเครื่องเสียง Premium Audio พาวเวอร์แอมป์ และลำโพง JBL ลำโพง 9 ตำแหน่ง 11 ลำโพง (รวม Sub-Woofer)
** ชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ
กันชนหน้า / กันชนหลัง / พรมรองพื้นห้องโดยสาร เฉพาะรุ่น TRD Sportivo
ไฟส่องสว่างที่ประตูท้าย / สคัฟเพลท พร้อมไฟเรืองแสง / ปลายท่อไอเสีย พร้อมสัญลักษณ์ TRD
ป้ายสัญลักษณ์รุ่นพิเศษ TRD Sportivo

ระบบความปลอดภัย

– ระบบป้องกันล้อล็อก ABS และระบบกระจายแรงเบรก EBD ระบบเสริมแรงเบรก BA ระบบควบคุมการทรงตัว VSC ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีแบบแอคทีฟ A-TRC ระบบควบคุมการส่ายของส่วนพ่วงท้าย TSC ระบบ Engine Start/Stop ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางชัน DAC
– ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบซิกมาโฟร์ Sigma 4 กล้องมองหลัง
– ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง โครงสร้างตัวถังนิรภัย GOA

แนะนำข้อมูลโดย ข่าวสารวงการรถยนต์มอเตอร์ไซค์

หลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ

11011092_957650567619350_2743123211350624205_n

“หลวงพ่อแดง” แห่งวัดเขาบันไดอิฐ ท่านเป็นพระเกจิที่มีญาณสมาธิแก่กล้า มีจิตตานุภาพสูงพอที่จะเพ่งเครื่องรางให้ขลังได้ ผ้ายันต์และเหรียญลงยันต์ของหลวงพ่อแดงจึงมีผู้นิยมเ สาะหาไปบูชากันมาก แม้ท่านจะมรณภาพไปตั้งแต่ 16 มกราคม พ.ศ. 2517 แต่ความนิยมเลื่อมใสศรัทธา ความเชื่อมั่นในกฤตยาคม อภินิหาร และอาคมขลังในวัตถุมงคลของท่านก็ยังไม่เสื่อมคลาย หลวงพ่อรูปนี้ท่านมีอะไรดี ทำไมใครๆ ทั่วสารทิศจึงพากันมาวัดเขาบันไดอิฐกันไม่ขาดสาย…

“หลวงพ่อแดง” หรือ “พระครูญาณวิลาศ” เกิดที่ ต.บางจาก อ.เมือง จ.เพชรบุรี บิดาชื่อนายแป้น มารดาชื่อนางนุ่ม นามสกุล อ้นแสง เกิดเมื่อวันพุธ ขึ้น 2 ค่ำ เดือน 11 พ.ศ. 2422 ในวัยเด็กท่านก็ช่วยพ่อแม่ทำไร่ ทำนา ไม่มีโอกาสร่ำเรียนหนังสืออย่างเด็กสมัยนี้จนกระทั่ง อายุ 20 ปี พ่อแม่ก็หวังจะให้บวชเรียน จึงพาไปฝากกับท่านอาจารย์เปลี่ยน วัดเขาบันไดอิฐ เพื่อจะได้เล่าเรียนและบวชเป็นพระภิกษุต่อไป

พระภิกษุแดงเมื่อได้บวชก็ประพฤติเคร่งครัดต่อพระวินั ยและปฏิบัติต่อพระอาจารย์เปลี่ยนเป็นอย่างดี อาจารย์เปลี่ยนจึงรักใคร่มากกว่าศิษย์คนอื่นๆ และยังไดสอนวิชาการวิปัสสนา และวิธีนั่งปลงกัมมัฏฐานให้ รวมถึงถ่ายทอดวิชากฤตยาคมให้อย่างไม่ปิดบังหวงแหน เหตุนี้จึงทำให้พระภิกษุแดงเพลิดเพลินในการศึกษาวิชา ความรู้ จนลืมสึก ยิ่งนานวันก็ยิ่งสำนึก ในรสพระธรรม ก็เลยไม่คิดสึกเลย จึงกลายเป็นพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบที่มีอาวุโสสูงสุด

จนกระทั่งพระอาจารย์เปลี่ยนมรณภาพลง พระภิกษุแดงรับหน้าที่เป็นสมภารวัดเขาบันไดอิฐแทน กลายเป็น “หลวงพ่อแดง” ตั้งแต่ พ.ศ. 2461 เป็นต้นมา และแม้ท่านจะได้เป็นสมภารซึ่งต้องมีภารกิจมาก แต่ท่านก็ยังปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิในถ้ำเพื่อแสวงหาวิมุตติภาวนาทุกวัน ญาณสมาธิจึงแก่กล้า จิตนิ่ง บริสุทธิ์ จนว่ากันว่าท่านมีหูทิพย์ ตาทิพย์

หลวงพ่อแดงไม่เคยอวดอ้างในญาณสมาธิของท่าน แต่ผลของความศักดิ์สิทธิ์ในเลขยันต์เป่ามนต์ของท่านก ็ได้สำแดงออกมาให้ประจักษ์ว่าคุ้มครองป้องกันภัยได้แ น่ๆ โดยมีเรื่องเล่ากันมาว่า

ในระหว่าง พ.ศ. 2477 ถึง พ.ศ. 2480 เวลานั้นเกิดโรคระบาดสัตว์ วัวควายเป็น โรครินเดรอ์เปรส ซึ่งเป็นโรคปากเท้าเปื่อยที่ติดต่อร้ายแรง พากันล้มตายเป็นเบือ สัตว์แพทย์ก็ไม่มี ต้องขอให้ทางการมาช่วยฉีดยา ราษฎรจึงพากันไปหาหลวงพ่อให้ช่วยปัดเป่าป้องกันโรคระ บาดสัตว์ให้ด้วย

หลวงพ่อแดง จึงปลุกเสกลงเลขยันต์ในผืนผ้ารูปสี่เหลี่ยมเล็กๆ แจกให้ชาวบ้านที่เลี้ยงวัวควายนำไปผูกปลายไม้ปักไว้ท ี่คอกสัตว์ของตน ปรากฏผลว่า คอกสัตว์ที่ปักผ้าประเจียดยันต์หลวงพ่อแดงไม่ตายเลย ทุกบ้านในตำบลใกล้เคียงวัดเขาบันไดอิฐ เมื่อรู้กิตติศัพท์จึงพากันมาขอยันต์หลวงพ่อแดงทุกวั นมิได้ขาด

กระทั่งเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 คือมหาสงครามเอเชียบูรพา มีทหารญี่ปุ่นมาขึ้นที่ประจวบคีรีขันธ์ ก็เกิดการต่อสู้กับทหารอากาศของไทยที่นั่น ชาวเพชรบุรีก็ตระหนกตกใจ แล้วชักชวนกันหาหลวงพ่อแดง ท่านก็ลงผ้าประเจียดยันต์แจก ให้คุ้มครองป้องกันตัว

เมืองเพชรบุรี เมื่อ พ.ศ. 2487 เกิดภัยสงครามชนิดร้ายแรง มีระเบิดลงทุกวันทำลายสถานีรถไฟ สะพานข้ามแม่น้ำ บ้านเรือน โรงเรียนต้องสั่งปิด ข้าราชการไม่ได้ไปทำงาน ทุกหน่วยราชการปิดหมด และปรากฏเรื่องเป็นที่ฮือฮาว่า บ้านคนที่มีผ้ายันต์หรือห้อยเหรียญหลวงพ่อแดง กลับไม่ได้รับอันตรายใดๆ เลย หลวงพ่อแดงจึงดังใหญ่ จนสิ้นสงครามโลกครั้งที่ 2 กิตติคุณของหลวงพ่อในทางกฤตยาคมจึงปรากฏความศักดิ์สิ ทธิ์แพร่หลายยิ่งขึ้น

ความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อแดง ปรากฏอีกครั้ง เมื่อเกิดคอมมิวนิสต์ญวนเหนือบุกญวนใต้ ประเทศไทยต้องส่งกองพันเสือดำ ออกไปช่วยพันธมิตรรบในญวนใต้ ก็ปรากฏว่าทหารไทยที่ไปปฏิบัติหน้าที่รบในเวียดนาม คนที่มีเหรียญหลวงพ่อแดงห้อยคออยู่ ไม่ถูกอาวุธเป็นอันตรายแก่ชีวิตสักคน ทั้งๆ ที่เข้าประจัญบานอย่างหนัก เป็นที่สงสัยของเพื่อนทหารต่างชาติว่าทหารไทยมีของดี อะไร ได้รับคำตอบจากทหารไทยว่ามี “เหรียญหลวงพ่อแดง”

ท่านเป็นพระใจดีมีเมตตาสูง และอารมณ์ดีเสมอ ไม่ชอบดุด่า ว่าใคร โดยเฉพาะคำหยาบคายถึงพ่อแม่ ท่านห้ามขาด ท่านว่าทุกคนเขาก็มีพ่อมีแม่ การด่าถึงบุพการีทำให้ความดีงามเสื่อมถอย ถึงห้อยพระพระท่านก็ไม่คุ้มครอง

หลวงพ่อแดง มรณภาพด้วยโรคชรา เมื่ออายุ 96 ปี พรรษาที่ 74 ก่อนตายท่านเคยพูดกับพระปลัดบุญส่ง ธมัมปาโล รองเจ้าอาวาสวัดขณะนั้นว่า

“เมื่อฉันหมดลมหายใจแล้วอย่าเผา ให้เก็บร่างฉันไว้ที่หอสวดมนต์ และให้เอาเหรียญที่ปลุกเสกรุ่น 1 ใส่ปากไว้พร้อมเงินพดด้วง 1 ก้อน ส่วนนี้ฉันเอาไปได้และให้เอาขมิ้นมาทาตัวฉันให้เหลืองเหมือนทองคำ”

พระบุญส่งจึงรับปาก และได้ทำตามที่หลวงพ่อประสงค์ทุกอย่างและหลังจากที่หลวงพ่อแดงมรณภาพแล้วก็ได้เกิดเหตุอัศจ รรย์ที่เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า อภินิหารของหลวงพ่อแดงมีจริง กับผู้หลักผู้ใหญ่ของเมืองเพชรบุรีท่านหนึ่ง ซึ่งจู่ๆ ท่านก็มีนิมิตฝันเห็นบ่อน้ำโบราณที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ต้ นก้ามปูใหญ่ พอขุดก็พบบ่อน้ำนั้นจริงๆ บ่อน้ำแห่งนี้หลวงพ่อแดงเคยพูดไว้สมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ว่าเป็น “บ่อน้ำวิเศษ” และขณะที่ขุดยังพบ “หัวพญานาคสีขาว” แบบปูนปั้นอยู่ที่ก้นบ่อด้วย 1 หัว เมื่อชาวบ้านรู้ข่าวก็พากันแห่มาเพื่อจะตักน้ำเอาไปใช้กันแต่ปรากฏว่าพบงูใหญ่ตัวหนึ่งนอนขดอยู่ใต้สังกะสีที่เอาไว้ปิดปากบ่อ ชาวบ้านที่เห็นบอกว่า ลักษณะงูที่เห็นนั้นมีหงอนที่หัวด้วย ตั้งแต่นั้นมาก็ไม่มีชาวบ้านกล้าเข้าไปตักน้ำที่บ่อนี้ี้อีกเลย

ที่น่าแปลกอีกก็คือ นายตำรวจท่านหนึ่งซึ่งเคยมาช่วยงานในวัดก็ฝันเห็นหลว งพ่อแดง ท่านมาต่อว่า “ทำอะไรทำไมไม่บอก”

นายตำรวจก็ไปเล่าให้พระปลัดบุญส่งเจ้าอาวาสรูปปัจจุบ ันฟัง ท่านก็ไม่เชื่อแล้วยังสั่งให้ย้ายศาลเก่า 2 ศาล บริเวณเชิงเขาบันไดอิฐเพื่อปรับปรุงบริเวณ โดยไม่ยอมทำพิธีเซ่นไหว้เจ้าที่เจ้าทาง เพราะท่านเป็นคนไม่เชื่อไสยศาสตร์ ปรากฏว่าพอตกเย็นก็เกิดอาการผิดปกติ อยู่ๆ คอก็เริ่มบิดและตัวแข็งไปทั้งตัว ขยับไม่ได้ ชาวบ้านมาเยี่ยมเห็นว่าอาการหนักมากจึงช่วยกันพาส่งโ รงพยาบาลเปาโล แต่พอถึงโรงพยาบาล อาการที่เป็นกลับหายราวปลิดทิ้ง และเมื่อเอ็กซเรย์พร้อมตรวจอย่างละเอียดก็ไม่พบว่าเป ็นอะไรเลย และระหว่างที่นอนพักรักษาตัวอยู่ ท่านก็พูดออกมาคนเดียวโดยไม่รู้ตัวว่า

“ของดีมีอยู่ ผ่านไปผ่านมาไม่ใช้ต้นก้ามปูตรงนั้นเป็นบ่อน้ำ ให้ขุดลงไปแล้วจะเจอ มีของดีทำไมไม่รักษา”

ในภายหลังที่ออกจากโรงพยาบาลแล้วพระปลัดบุญส่งก็ได้ฝ ันอีกครั้ง ในความฝันท่านเห็นคนนุ่งผ้าถกเขมรมาหา มาบอกว่าเขาเป็นคนมัดหลวงพ่อเอง พูดแล้วเขาก็เอามือรีดที่ตัวหลวงพ่อเหมือนรีดเอาไขมั นออก ทั้งขาและแขน จนหลวงพ่อพระปลัดบุญส่งสะดุ้งตื่นและพอตื่นขึ้นมาก็ย ังเห็นผู้ชายคนนั้นอยู่ในห้องพอถามชื่อ เขาก็ถอยออกไปแล้วตอบกลับมาว่า “เขาเป็นเปรต” จากนั้นก็หายวับกลายเป็นแสงไฟ พร้อมเสียง “วี๊ด” ดังมาก ซึ่งพระในวัดก็ได้ยินกันทั่ว

เรื่องนี้ได้ทำให้ “พระปลัดบุญส่ง” เจ้าอาวาสวัดเขาบันไดอิฐรูปปัจจุบัน ยังยอมรับว่าไสยศาสตร์และอภินิหารของหลวงพ่อแดงนั้นมีจริงเพราะเจอแล้วด้วยตัวท่านเอง

Lexus RC200t

Lexus RC200t ภายนอกออกแบบสไตล์สปอร์ตโดยติดตั้งกระจังหน้า Spindle Grille ลายตาข่าย พร้อมไฟท้ายแบบ LED 3 ดวงรูปตัว L ได้รับแรงบันดาลใจจาก LFA และ LF-LC พร้อมไฟ Daytime Running Light แบบ LED ทรงตัว L รูปทรงเข้ากับกันชนหน้าอย่างสมดุล ไฟท้าย LED ออกแบบเป็นรูปตัว L เพิ่มมิติได้อย่างชัดเจน เสริมความโดดเด่นด้วย ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว และยางขนาด 235/45 R18 ภายในห้องโดยสารกว้างใหญ่หรูหราติดตั้งระบบมัลติมีเดียผ่านหน้าจอ EMV ขนาด 7 นิ้ว คอนโซลกลางแสดงผลแบบสร TFT ขนาด 4.2 นิ้ว สั่งจากพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น ระบบเครื่องเสียง Mark Levinson Premium Surround Sound System พร้อมลำโพง 17 ตัว ระบบเสียงเซอร์ราวด์ 5.1 และเทคโนโลยี Signal Doctor มาตราวัดเรืองแสงจอสี TFT ขนาด 8 นิ้ว Lexus RC200t มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบขนาด 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 245 แรงม้า ที่ 5,800 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร ที่ 1,650-4,400 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด รีดอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 7.5 วินาที ความเร็วสูงสุด 230 กม./ชม.ความปลอดภัยอุ่นใจทุกระดับด้วยระบบ Pop Up Hood (PUH) โดยฝากระโปรงหน้าจะยกตัวขึ้นทันทีเมื่อเซ็นเซอร์จับได้ว่ามีการปะทะกับคน เพิ่มแรงดูดซับจากการกระแทก ลดการบาดเจ็บได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Lexus-RC200t1-985544

สำหรับราคา Lexus RC200t F-Stop 5,490,000 บาท

Mazda CX-3 Racing Concept

มาสด้าพร้อมเผยโฉม Mazda CX-3 Racing Concept ครอสโอวเวอร์ที่มาพร้อมชุดแต่งสไตล์สปอร์ตภายในงานมหกรรมรถยนต์ บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2016 ครั้งที่ 37 (THE 37th BANGKOK INTERNATIONAL MOTOR SHOW 2016 ) Mazda CX-3 Racing Concep ได้รับการติดตั้งชุดแต่งรอบคันจาก Mazdaspeed โดยมาพร้อมกรอบหลังคาสีดำ ติดตั้งไฟตัดหมอกสีดำ ตกแต่งด้วยสติ๊กเกอร์รอบคัน เสริมความเท่ห์ด้วยล้ออัลลอยสีดำเงาพิเศษขนาด 20 นิ้ว VSF1 ติดตั้งดุมล้อจาก Rays และยาง Toyo Extensa HP ขนาด 225/35 R20 ด้านหน้า และ 245/35 R20 ด้านหลัง พร้อมความสปอร์ตอย่างลงตัว

Mazda-CX-3-Racing-Concept789999

Mitsubishi eK Space Style Edition

ล่าสุดทางค่าย “มิตซูบิชิ” ประกาศพร้อมวางจำหน่าย มินิคาร์สุดเก๋ตามแบบฉบับของค่ายโดยมาในชื่อ Mitsubishi eK Space Style Edition รุ่นพิเศษโดยมีราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 4.4 แสนบาท

Mitsubishi-eK-Space-Style-Edition1

Mitsubishi eK Space Style เวอร์ชั่นพิเศษมี 2 รุ่นย่อยให้เลือกได้แก่ ‘G Style Edition’ (ใช้พื้นฐานจากรุ่น G ปกติ) และ ‘Custom T Style Edition’ (ใช้พื้นฐานจากรุ่น Custom T) พร้อมระบบความปลอดภัยแบบแอคทิฟ ‘e-Assist’ และกระจกตัดแสดง UV รอบคันเสริมความอุ่นใจทุกการเดินทาง
รุ่น eK Space รุ่น G Style Edition มาพร้อมภายนอก 5 สีให้เลือกได้รวมถึง สีทูโทน Water Blue Metallic/White Pearl ใหม่ พร้อมติดตั้งล้ออัลลอยขนาด 14 นิ้ว ลายใหม่รวมถึงประตูสไลด์ที่สามารถเปิดได้ทั้ง 2 ข้าง

ในรุ่น Custom T Style Edition จะมีตัวถังให้เลือก 5 สีเช่นกัน พร้อม 2 สีใหม่ได้แก่ ฟ้า Lightning Blue Mica และสีดำ Black Mica ห้องโดยสารภายในและพวงมาลัยจะหุ้มด้วยหนังแท้ พร้อมฟังก์ชั่นกล้องรอบคัน

Mitsubishi eK Space Style Edition มีจำหน่ายที่ญิปุ่นโดยเคาะราคาจำหน่ายที่ 441,000 บาท จนถึง 559,000 บาท

ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.automotor789.com

หลวงปู่เรือง อาภัสสโร สำนักปฏิบัติธรรมเขาสามยอด จ.ลพบุรี

4456987
เจ้าสำนักปฏิบัติธรรมเขาสามยอด จ.ลพบุรี นับได้ว่าเป็นปูชนียสงฆ์สำคัญแห่งพระบวรพุทธศาสนาในยุคปัจจุบัน เป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ โดยเฉพาะชาวเมืองลพบุรีและจังหวัดใกล้เคียง

ท่านเป็นพระเกจิที่รักสันโดษ มุ่งมั่นปฏิบัติกิจสงฆ์ตามครรลองแห่งพุทธธรรม เจริญวิปัสสนากรรมฐาน และสั่งสอนธรรมะแก่พุทธศาสนิกชนที่แวะเวียนมากราบ สักการะด้วยความเคารพเลื่อมใสไม่ขาดสาย

แม้เส้นทางการเดินทางจะไม่สะดวกสบายเฉกเช่นศาสนสถานทั่วๆ ไป เนื่องจากต้องเดินทางขึ้นไปบนเขาสามยอดสู่ “ปูชนียธรรมสถาน เขาสามยอด” ก็ตาม หลวงปู่เรือง ไม่ใช่ชาวเมืองลพบุรี ภูมิลำเนาเดิมของท่านเป็นชาว ต.บ้านสร้าง อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี เกิดเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2457 สมัยเด็กศึกษาเล่าเรียนอักขระภาษาไทยและขอมที่โรงเรียนขุนโคกปีบปรีชา อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี จนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ซึ่งนับว่ามีน้อยคนนักในสมัยนั้น จากนั้นออกมาช่วยบิดามารดาประกอบอาชีพ

จนอายุครบบวชในปี พ.ศ.2477 ท่านได้อุปสมบทที่วัดสระข่อย ต.โคกปีบ อ.ศรีมหาโพธิ โดยมี พระครูวิมลโพธิเขต (หลวงพ่อจำปา) เจ้าอาวาสวัดโคกปีบและเจ้าคณะตำบลโคกปีบ เป็นพระอุปัชฌาย์, พระครูทัด วัดโคกมอญ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์ฉัตร วัดท่าประทุม เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายา “อาภัสสโร”

ตั้งใจศึกษาพระธรรมวินัยและวิทยาการต่างๆ แค่เพียงพรรษาแรกท่านก็สามารถ สอบนักธรรมตรีได้ พรรษาที่ 2 สอบได้นักธรรมโท และพรรษาที่ 3 ก็สามารถสอบได้นักธรรมเอก

จากนั้น พระอาจารย์ฉัตรขอให้ไปช่วยสอนธรรมะที่วัดต้นโพธิ์อยู่ระยะหนึ่ง หลวงปู่เรืองนอกจากจะไปสอนธรรมะแล้ว ท่านยังใช้เวลาศึกษาวิทยาการเพิ่มเติมทั้งด้านวิชาบาลีมูลกัจจายน์ โหราศาสตร์ สมุนไพรต่างๆ รวมถึงด้านวิทยาอาคมต่างๆ จนแตกฉานด้วย

เมื่อจำพรรษาอยู่ที่วัดสระข่อยได้ครบ 10 พรรษา จึงกราบลาพระอุปัชฌาย์เพื่อออกธุดงค์ไปตามสถานที่ต่างๆ โดยขอผ้าจีวรไปเพียงชุดเดียว ท่านมุ่งไปทางภาคอีสาน แล้วกลับมาจำพรรษาอยู่ที่ถ้ำพิบูล จ.ลพบุรี ในพรรษาที่ 13 ปี พ.ศ.2489 จำพรรษาได้เพียง 5 พรรษา ทางทหารได้ขอนิมนต์ให้ไปจำพรรษาที่วัดแห่งใหม่ เนื่องจากในบริเวณนั้นเป็นเขตทหาร เกรงว่าจะได้รับอันตราย แต่ท่านกลับเดินขึ้นเขาไปเรื่อยๆ จนกระทั่งพบถ้ำพระอรหันต์ที่เขาสามยอด ในปีพ.ศ.2493

วัตรปฏิบัติส่วนใหญ่ท่านจะเจริญวิปัสสนากรรมฐาน และโปรดสัตว์ซึ่งมีทั้งลิง ไก่ป่า และสัตว์ป่าต่างๆ ด้วยบารมีธรรมของท่านสัตว์ต่างๆ เหล่านี้เชื่องถึงกับมารับอาหารจากมือของท่านทีเดียว นอกจากนี้ ท่านมักสนทนาธรรมกับญาติโยมที่ขึ้นมากราบนมัสการบนเขาสามยอดเป็นเนืองนิตย์

กิตติศัพท์ของหลวงปู่เรือง เล่าขานจากปากสู่ปาก ต่างเดินทางขึ้นเขาสามยอดเพื่อกราบนมัสการขอพรจากหลวงปู่เรืองอย่างเนืองแน่น โดยเฉพาะช่วงเสาร์-อาทิตย์ และวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ทางเดินขึ้นสู่กุฏิก็เป็นทางเดินเล็กๆ ร่มรื่นไปด้วยป่าไผ่และไม้เบญจพรรณ ใช้เวลาเดินทางประมาณชั่วโมงเศษก็จะถึงกุฏิ ซึ่งทางทหารได้ช่วยกันปลูกสร้าง รวมทั้งสร้างศาลาและแท็งก์น้ำ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่หลวงปู่ ณ ปูชนียธรรมสถาน เขาสามยอด

วัตถุมงคลของหลวงปู่เรืองนั้น นับเป็นที่นิยมสะสมของบรรดาลูกศิษย์ลูกหาและพุทธศาสนิกชนที่ทราบถึงกิตติศัพท์ แต่ที่ท่านสร้างเองมีเพียงไม่กี่รุ่น เช่น ปี 2500 สร้างจากเนื้อฟักทองที่มีผู้นำมาถวาย, ปี 2538 เพื่อหาปัจจัยสร้างที่เก็บน้ำในถ้ำ และปี 2539 ในโอกาสครบรอบวันเกิด 10 ม.ค. 2539

นอกจากนั้น ส่วนใหญ่จะมีผู้จัดสร้างแล้วนำมาให้ท่านปลุกเสกให้ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นรุ่นไหน ถ้าผ่านการปลุกเสกของหลวงปู่เรืองแล้ว ก็ล้วนทรงพุทธคุณเป็นเลิศเป็นที่ปรากฏทั้งสิ้น

และเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2556 หลวงปู่เรือง ได้ละสังขารอย่างสงบ ด้วยสิริอายุ 100 ปี

ยังความโศกเศร้าสู่เหล่าลูกศิษย์ลูกหาทั่วทุกสารทิศ