ผู้สั่งสมบุญย่อมนำมาซึ่งความสุข

78965g

“สุโข ปุญฺญสฺส อุจฺจโย” ผู้สั่งสมบุญย่อมนำมาซึ่งความสุข

บุญภายนอกเปรียบเหมือนเปลือกผลไม้ เช่น ขนุน มะม่วง ทุเรียน เป็นต้นบุญภายในเปรียบเหมือนเนื้อหนัง เราจะอาศัยบุญภายในหรือบุญภายนอกอย่างเดียวไม่ได้ จะต้องอาศัยซึ่งกันและกัน ผลไม้ถ้าไม่มีเปลือกนอกก็เป็นเนื้อเป็นหนังขึ้นมาไม่ได้ หรือมีแต่เปลือกไม่มีเนื้อในก็กินไม่ได้ ฉะนั้น บุญภายนอกต้องอาศัยบุญภายในด้วยเป็นการช่วยเหลือกันแต่คุณภาพต่างกัน บุญภายนอกเป็นเครื่องห่อหุ้มบุญภายใน

บุญภายนอก ได้แก่ วัตถุ กาย ต้องอาศัยวัตถุ อาหารเรียกว่า ปัจจัย ๔ แต่จะเป็นสุขเพราะอาหารอย่างเดียวก็ไม่ได้ ถ้าเรากินแต่อาหารแล้วไม่นุ่งผ้าหรือไม่มีที่อยู่อาศัย ต้องเปียกน้ำเปียกฝน ฯลฯ หรือเจ็บไข้ไม่มียารักษาก็เป็นทุกข์ ตัวเราคือ ธาตุ ๔ นี้จำต้องอาศัยวัตถุภายนอก คือ ปัจจัย ๔ ด้วย จึงจะประกอบบุญกุศลได้สำเร็จเต็มที่ เหตุนั้นพระพุทธเจ้าจึงทรงสอนให้บริจาคสิ่งเหล่านี้ก็จะสำเร็จประโยชน์ชาติ นี้และเบื้องหน้า

บุญภายใน ได้แก่ การดัดตัวของเราเองให้เป็นบุญกุศล ตัวเราเปรียบเหมือนต้นไม้ในป่า เช่น ต้นตะโก ถ้าเรานำมาใส่กระถางดัดแปลงกิ่งก้านให้สวยงามก็จะมีราคาสูงขึ้น คนที่ไม่ดัดกาย วาจา ใจของตัวเองก็เรียกว่า เป็นคนที่มีราคาต่ำ

เราควรดัดมือดัดแขนให้รู้จักไหว้กราบพระ ดัดเท้าให้รู้จักเดินไปวัด ดัดหูให้รู้จักฟังธรรม ฟังคำที่เป็นคุณเป็นประโยชน์ ดัดตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจของเราให้สิ่งที่ไหลเข้าไปล้วนแต่เป็นบุญเป็นกุศล จมูกก็อย่าหายใจเปล่า ให้หายใจเอา “พุทโธ” เข้าออกเหมือนกับน้ำที่ไหลเข้าไปในร่างกาย ใจของเราก็จะเย็นสบายเป็นสุข ปากก็หมั่นสวดมนต์ภาวนา อย่าด่าแช่งเสียดสีหรือพูดเท็จต่อใคร กล่าวแต่สิ่งที่เป็นธรรมและไม่ดื่มเหล้าเมายา

ให้เก็บบุญเอาตามตัวของเรา มีมือ เท้า แขน ขา ตา หู จมูก ลิ้น เหล่านี้เป็นต้น ส่วน “แก่นของบุญ” นั้นคือ “ใจ” ต้องทำใจของเราให้สงบระงับจาก โลภะ โทสะ โมหะ ทางอายตนะนั้นเปรียบด้วยเปลือกหรือกระพี้ก็ทำประโยชน์ ได้เหมือนกัน ถ้าเรารู้จักสะสมความดีก็เป็นประโยชน์แก่ตัว คนมั่งมีคือ คนที่บริจาคเสมอ ส่วนคนจนก็คือ คนที่ไม่บริจาคให้ทานอะไร พระพุทธเจ้าจึงทรงสรรเสริญคนมั่งมีว่า มีดวงใจเป็นแก้วประดับ คือรัตนะ ๓ ได้แก่ พุทฺธรตฺนํ ธมฺมรตฺนํ สงฺฆรตฺนํ นี้เป็นใจที่มีศรัทธา

โรค ทางกายไม่สำคัญเท่าไร เพราะเมื่อเราตายแล้วถึงจะรักษาหรือไม่รักษามันก็หาย ส่วนโรคทางใจนั้น เราตายแล้วมันก็ยังไม่หาย ทำให้ต้องเวียนตายเวียนเกิดอีกหลายชาติหลายภพ

ร่างกายเปรียบด้วย บ้าน ใจเปรียบด้วยคนที่อาศัย ทรัพย์สมบัติเงินทองบ้านช่องไร่นาและลูกหลานเหล่านี้เราต้องทิ้งไปทั้งนั้น จึงควรรีบสะสมบุญกุศลไว้และบริจาคสิ่งที่เป็นทาน อันเป็นสิ่งที่เราจะนำไปด้วยได้นั้นเสียแต่ในขณะที่เรายังมีชีวิตอยู่นี้เถิด

ธรรมโอวาท ของ พระอาจารย์ลี ธมฺมธโร
วัดอโศการาม อ.เมือง จ.สมุทรปราการ
(แสดง ณ วัดเขาแก้ว จ.จันทบุรี เมื่อวันที่ ๑๓ เมษายน ๒๔๙๖)

โลกทรัพย์ อริยทรัพย์ ปุถุชน อริยชน

บุคคลใดก็ตามแม้จะรวยล้นฟ้าเป็นมหาเศรษฐีมีกินมีใช้ไม่หมดก็ตามแต่ หากไม่รู้จักทำบุญ ไม่หมั่นสร้างกุศล ไม่สวดมนต์เจริญภาวนาให้เกิดขึ้นแล้ว บุคคลผู้นั้นย่อมได้ชื่อว่าเป็นชนผู้มักมากด้วยโลกทรัพย์ ปุถุชนเป็นที่ตั้ง

ตรงกันข้ามหากแม้บุคคลใดที่ไม่ยึดตึดในโลกทรัพย์ มีก็อยู่ได้ ไม่มีก็อยู่ได้ อยู่ได้ด้วยศีล ทาน บารมี หมั่นเจริญภาวนาแล้วไซร้ บุคคลผู้นั้นย่อมได้ชื่อว่าเป็นชนผู้สร้างมาก สร้างอริยทรัพย์ให้บังเกิด ย่อมยังอริยชนเป็นที่ตั้ง

cfgdf476

ทุกข์เท่านั้นที่เกิดขึ้น ทุกข์เท่านั้นที่ตั้งอยู่ ทุกข์เท่านั้นที่ดับไป

7894658684565555

คิดอย่างไรเรียกว่าคิดถูก คิดอย่างไรเรียกว่าคิดผิด เราต้องเข้าใจชัดเจนทั้งสองอย่าง ในการปฝฏิบัติของเรา เราต้องพยายามติดตามดูความรู้สึกนึกคิดตลอดวันตลอดคืน ความจริงเราไม่ต้องทำอะไรมากเพียงแต่คอยสำรวมระวัง คอยสังเกตว่า เรามีความรู้สึกอย่างไร คิดอย่างไรให้มีสติ สัมปชัญญะ ระลึกรู้อยู่ รู้สึกตัวอยู่เสมอ อันนี้ให้ถือเป็นหน้าที่ของเรา เราไม่ต้องอ่านหนังสือ หรือฟังเทศน์อะไรมากมาย เพียงแต่ พยายามเปลี่ยนนิสัย ให้เป็นคนช่างสังเกต คือสังเกตความรู้สึกนึกคิดของตัวเอง สักเกตว่า เรากำลังทำอะไรอยู่ กำลังพูดอะไรอยู่ กำลังคิดอะไร การปฏิบัติเช่นนี้ การพยายามติดตามสังเกตเช่นนี้ จะทำให้เกิดปัญญา

1.ทุกข์เพราะลูกตาย ลูกที่แสนดี แสนน่ารัก ใครเห็นใครก็รัก ใครเห็นใครก็เมตตา วันหนึ่ง เกิดอุบัติเหตุ ลูกรัก….จากไป พ่อแม่ทุกข์แทบใจ แทบจะตายตามลูกไปด้วย แทบจะเสียสติ หมดอาลัยในชีวิต..คิดจะขับรถเร่ร่อนไปเรื่อย ๆ

ถ้าพูดถึงความจริงเราก็ไม่รู้ว่า ผู้ตายจะไปเกิดที่ไหน เป้นสุคติ หรือทุคติ แต่เท่าที่ฟังจากคุณโยม ลูกของคุณโยมเป็นเด็กดีจริง ๆ ตั้งแต่เกิดมาชาตินี้ไม่เคยทำชั่วเลย พ่อแม่พี่น้อง เพื่อนฝูงที่ใกล้ชิด เขาทำให้ชื่นอกชื่นใจทุกคนและใคร ๆ ก็รักเขา เขาเป็นคนที่รักสัตว์ เมตตาสัตว์ ไม่เคยเบียดเบียนสัตว์

ถ้าคุณโยมเชื่อมั่นในความดีของลูกอย่างนั้นก็ไม่ต้องเศร้าโศกเสียใจ ไม่ต้องห่วง ไม่ต้องสงสารลูก ถึงเวลาแล้ว เขาก็ต้องจากเราไป ตามเหตุ ตามปัจจัย มันก็พอดีพอเหมาะของมัน อันนี้เราก็ต้องยอมรับความจริง ยอมรับความพอดีของมัน ทุกอย่างก็ดำเนินไปตามเหตุปัจจัยที่สมบูรณืเสมอ ถ้าเราเชื่อมั่นในความดีของลูกอย่างนั้นแล้ว เราก็ไม่ต้องเสียใจและห่วงสงสารลูกหรอก
เขาคงไปดีแล้วนะ

อย่าคิดว่าเขาเป็นลูกของเราจริง ๆ อย่าคิดว่าลูกเกิดขึ้นมาในโลกนี้เพราะพ่อแม่ช่วยกันผลอตขึ้นมา ความจริงจิตวิญญาณของลูก ก่อนเกิดมาเป็นลูกของเรา เขาท่องเที่ยวไปในวัฎสงสารเป็นหลายภพหลายชาติ ด้วยการสร้างทั้งกรรมดีและกรรมชั่ว โดยมากเราเรียกกรรมดีเป็นบารมี กรรมชั่วว่าเป็นกรรมผูกพันในอดีตชาติเป็นเหตุ จิตวิญญาณของเขาจึงมาอาศัยเราเกิดมาเป็นลูกเป็นการชั่วคราวเท่านั้น อันนี้แหละคือ ความหมายที่พูดว่า ” เขาไม่ใช่ลูกของเราจริง ๆ ” เขาเป็นตัวของเขา มันมีอยู่ตั้งแต่อเนกชาติ ความตายไม่ใช่อะไร คล้ายกับเราส่งลูกไปศึกษาต่อต่างประเทศ เพื่อความก้าวหน้าของลูก เพื่อเป็นการสร้างบารมีของลูก

รักลูก หวงลูก เอาไว้ใกล้ ๆ ตัวตลอดเวลา รักลูก ผูกลูก เอาไว้ที่บ้าน…..เป็นการกีดกันไม่ให้เขาก้าวหน้าไม่ดีกับลูกนะ

โบราณาจารย์สอนว่า ถ้ารักลูกต้องส่งลูกไปศึกษาในสำนักต่าง ๆ ที่อยู่ไกล ๆ ต้องให้ลูกไปทัศนศึกษาในที่ไกล ๆ เหมือนกับลูกของเราเก่ง จึงจำเป็นต้องจากเราไปเพื่อศึกษาต่อ เพื่อความก้าวหน้า เพื่อสร้างบารมีเพิ่มเติม

เรื่องความตาย ความเกิด คล้ายกับการนั่งเครื่องบินไปต่างประเทศ ผู้ส่งเสียอกเสียใจร้องไห้กันด้วยความอาลัยอาวรณ์ อย่างพวกเรานี้แหละ แต่ผู้ไปอาจจะไม่เป็นอะไรเลย ตรงกันข้าม เขาอาจจะตื่นเต้นกับโลกใหม่อย่างน้อยผู้รับก็ยินดีต้องรับ ดีอกดีใจกันดังที่ลูกสุดที่รักของเราไปเกิดนั้นแหละ

ถ้าเราเชื่อมั่นในความดีของลูก ในบารมีของลูกไม่ต้องเสียใจ ไม่ต้องห่วง ไม่ต้องสงสารลูก แทนที่จะเสียใจ เราน่าจะภูมิใจด้วยซ้ำ ความจริง อะไร ๆ เขาก็ต้องรับผิดชอบเอง ทุกอย่างก็ดำเนินไปตามเหตุปัจจัยที่สมบูรณ์เสมอ ส่วนเราก็ต้องรับผิดชอบด้วย ถ้าเรารักลูกจริง….ต้องทำใจให้สงบสุข คิดดู …ลูกจะอยู่ที่ไหนก็ตาม เมื่อเขารู้ว่าพ่อแม่ของตนมีความทุกข์มาก เขาจะรู้สึกอย่างไร

ความทุกข์ของพ่อแม่คือความทุกข์ของลูก ถ้าเรามีความสุขสบาย เขาก็สบายใจ ไม่ต้องห่วง เพราะฉะนั้น หน้าที่ของเราก็คือ ทำความสงบสุขให้เกิดขึ้นแก่ตน ถ้าเรารักลูกจริงนะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก การเทศนาอบรมญาติโยมของพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก